สะเทือนคดีตึก สตง.! 2 บริษัทใหญ่สู้สุดทาง ขอพิสูจน์คอนกรีตใหม่ถึงสวิตเซอร์แลนด์ ศาลนัดชี้ขาด 20 ก.ค.
18 กรกฎาคม 2569
คดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาที่ยืดเยื้ออีกครั้ง หลังจำเลยซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ 2 แห่ง ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอเก็บตัวอย่างคอนกรีตจากจุดเกิดเหตุเพื่อนำไปตรวจสอบใหม่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แม้ก่อนหน้านี้ศาลจะเคยมีคำสั่งยกคำร้องลักษณะเดียวกันมาแล้ว
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดสืบพยานโจทก์ในคดีหมายเลขดำ อ.2201/2568 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 23 ราย ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุม และก่อสร้างอาคารโดยไม่ปฏิบัติตามหลักวิชาชีพ จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายและมีผู้เสียชีวิต จากเหตุอาคาร สตง. ถล่ม
ในวันดังกล่าว อัยการได้นำ นายประจักษ์ บุญยัง อดีตผู้ว่าการ สตง. ขึ้นเบิกความเป็นพยานโจทก์ แต่การสืบพยานยังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงเลื่อนไปดำเนินการต่อในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
ขณะเดียวกัน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ No.10 จำกัด ซึ่งเป็นจำเลยในคดี ได้ยื่นคำร้องใหม่ ขอให้ศาลอนุญาตดำเนินการ เดินเผชิญสืบ เพื่อเก็บตัวอย่างคอนกรีตจากซากอาคารในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. ก่อนส่งไปตรวจสอบที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยขอให้ศาลหรือผู้แทนศาลเข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการเก็บตัวอย่างด้วย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอัยการและจำเลยบางรายได้ยื่นคำคัดค้านคำร้องดังกล่าว ทำให้ศาลเห็นว่ามีรายละเอียดทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงจำนวนมาก จึงนัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตหรือไม่ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น.
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ศาลอาญาเคยมีคำสั่ง ยกคำร้อง ที่ขอส่งตัวอย่างคอนกรีตไปตรวจใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องฉบับใหม่ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยอ้างเหตุผลและแนวทางการดำเนินการเพิ่มเติม ทำให้ศาลรับไว้พิจารณาอีกครั้ง พร้อมออกหมายเรียกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าร่วมกระบวนการพิจารณา
สำหรับ นายเปรมชัย กรรณสูต ศาลอนุญาตให้สืบพยานลับหลัง เนื่องจากมีเอกสารรับรองอาการเจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางมาศาลได้
คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่สังคมจับตามอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุอาคารถล่มที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยผลการพิจารณาคำร้องในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ อาจมีผลต่อทิศทางของการต่อสู้คดีและระยะเวลาของกระบวนการพิจารณาในอนาคต
⸻
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ศาลอาญา, สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 และรายงานข่าว
