prachatai- ระบุว่า
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุก ‘ฟ้า พรหมศร’ คดีมาตรา 112 2 ปี 10 เดือน ไม่รอลงโทษ ชุมนุมเรียกร้องปล่อยตัวนักกิจกรรม สภ.คลองหลวงเมื่อ ม.ค.64 ศาลยกเเหตุเรื่องร้ายแรงและทำผิดหลายคดี
9 มี.ค.2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ที่ศาลจังหวัดธัญบุรีมีนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีมาตรา 112 ของพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ‘ฟ้า’ จากกิจกรรมชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรม สิริชัย นาถึง หรือ นิว เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ที่หน้า สภ.คลองหลวง
นอกจากข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แล้ว อัยการสั่งฟ้องข้อหาอื่นๆ ร่วมด้วยได้แก่ ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้า, ทำให้เสียทรัพย์, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.ความสะอาดฯ, ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ศูนย์ทนายความฯ ระบุว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน โดยเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง และจำเลยได้กระทำผิดเช่นนี้หลายคดี จึงเห็นว่าไม่มีเหตุให้สมควรรอการลงโทษ แต่แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องในส่วนข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกไม่ได้ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงต่อเจ้าพนักงาน
หลังศาลอ่านคำพิพากษา ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวระหว่างรอยื่นฎีกา อย่างไรก็ตาม คำร้องถูกส่งต่อให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาว่าต่อว่าจะให้ประกันหรือไม่ คาดจะทราบผลภายใน 2-3 วัน
คดีนี้พรหมศรถูกดำเนินคดีรวมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมคนอื่นๆ รวม 12 คน โดยมี 7 คนที่อัยการฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 จากกิจกรรมเดียวกัน โดพวกเขาถูกกล่าวหาว่า ปาอาหารหมาใส่พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ที่อยู่เหนือป้าย สภ.คลองหลวง แต่ในนัดสอบคำให้การจำเลยเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2568 พรหมศรขอกลับคำให้การเป็นรับสารภาพแทน ศาลจึงแยกคดีของพรหมศรให้อัยการฟ้องเป็นอีกคดี และนัดฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อ 3 มี.ค.2568
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษพรหมศรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 136, มาตรา 215 วรรคสาม, มาตรา 358, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเรียงตามกระทงความผิด
📷ฐานร่วมกันชุมนุมและจัดให้มีการชุมนุมที่มีการรวมคนในลักษณะแออัดเสี่ยงต่อการแพร่โรค และฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นการกระทำเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันชุมนุมในลักษณะแออัดเสี่ยงต่อการแพร่โรค ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 เดือน
📷ฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่ง, ฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องเสียงและฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นการกระทำเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี
📷ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานร่วมกับฐานพ่นสีคำด่า สร้างความสกปรก เป็นการกระทำเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน
📷ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ จำคุก 4 ปี
โทษจำคุกตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษารวมแล้ว 5 ปี 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุให้ลดโทษตามกฎหมาย ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 10 เดือน พิเคราะห์แล้วไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำเลย ให้นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุก
