วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.57 น.
ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีของประชาชน 4 ราย ได้แก่ เมษา เถื่อนมา, อภิชาต ศิริมา, ณัฐพล (สงวนนามสกุล) และชัยพัทธ์ ศักดิ์ศรีเจริญยิ่ง ซึ่งถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมการชุมนุม #11สิงหาไล่ล่าทรราช ของกลุ่มทะลุฟ้า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
จำเลยทั้งสี่ถูกฟ้องในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ รวมถึงข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 215 และ 216 จากเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นลาออกจากตำแหน่ง
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องทุกข้อหา โดยเห็นว่า คดีในส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่มีคู่ความอุทธรณ์ จึงเป็นอันยุติ ส่วนข้อหาร่วมกันมั่วสุมและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยทั้งสี่เป็นผู้จัดการชุมนุม ผู้ปลุกปั่น หรือร่วมใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่
ศาลระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การบริหารราชการและการจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก และไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสี่มีการสมคบคิดแบ่งหน้าที่ หรือพกพาอาวุธแต่อย่างใด
แม้ระหว่างการชุมนุมจะเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมบางส่วนกับเจ้าหน้าที่ แต่พยานโจทก์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจำเลยทั้งสี่เป็นผู้กระทำการดังกล่าว หรือเป็นผู้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
ศาลยังวินิจฉัยว่า การชุมนุมเริ่มต้นขึ้นโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดตามข้อกล่าวหา
ย้อนคดี
การชุมนุม #11สิงหาไล่ล่าทรราช จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 โดยกลุ่มทะลุฟ้า เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าควบคุมสถานการณ์ ส่งผลให้มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 23 คน
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด โดยเห็นว่าการชุมนุมเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีการปลุกระดมหรือใช้อาวุธ และพยานหลักฐานไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ ก่อนที่อัยการจะยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนยกฟ้องในที่สุด
ทั้งนี้ คำพิพากษาฉบับนี้เป็นคำวินิจฉัยเฉพาะข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีของจำเลยทั้ง 4 ราย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ศาลอาญา, คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR)
