วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.29 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 คำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ที่ขอให้วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลได้จัดส่งเอกสารและคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญครบถ้วนแล้ว และขอให้เป็นไปตามดุลพินิจของศาล โดยยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด
นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลคาดหวังว่าข้อเท็จจริงและเหตุผลที่ได้ชี้แจงจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน แต่เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว รัฐบาลก็พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือข้อชี้แนะทุกประการ เพราะถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถูกถามถึงการเตรียมแผนรองรับหากศาลวินิจฉัยไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวัง นายกรัฐมนตรีตอบว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ผลได้ และไม่ควรก้าวล่วงอำนาจศาล โดยย้ำว่า “ไม่มีใครมั่นใจได้ เพราะเราไม่ใช่ผู้ตัดสิน”
สำหรับคดีดังกล่าว เกิดจากการที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พระราชกำหนดเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติออกเพื่อใช้แก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยมีข้อโต้แย้งว่าการออก พ.ร.ก. อาจไม่เข้าเงื่อนไข “กรณีฉุกเฉินและมีความจำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172
การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาล รวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่ผูกพันกับวงเงินกู้ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ พระราชกำหนดดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย และยังไม่มีข้อยุติว่าขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข่าวแนวหน้า, คำให้สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 กรกฎาคม 2569
