วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเลื่อนผู้มีรายชื่อในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองขึ้นดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยประกาศให้ จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนขึ้นเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อย่างเป็นทางการ
การเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง ประเสริฐ จันทรรวงทอง ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สส. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (3)
ตามประกาศของสภา อาศัยอำนาจตาม มาตรา 105 (2) จึงให้ผู้มีรายชื่อลำดับถัดไปของพรรคเพื่อไทย คือ จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่แทน โดยประกาศมีผลตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2569
เบื้องลึก การกลับมาที่ไม่ธรรมดา
การกลับเข้าสภาของจักรภพครั้งนี้ ถูกมองว่าไม่ใช่เพียงการเติมเก้าอี้ว่างธรรมดา แต่เป็นการส่ง “ตัวละครการเมืองรุ่นใหญ่” กลับเข้าสู่สนามอำนาจโดยตรง
จักรภพถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางการเมืองยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เคยดำรงตำแหน่ง
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นักวิเคราะห์การเมืองและพิธีกรชื่อดัง
ก่อนต้องออกนอกประเทศจากคดีการเมือง และใช้ชีวิต ลี้ภัยนานกว่า 15 ปี หลังก่อเหตุจนตกเป็นผู้ต้องหา ม.112
การกลับประเทศไทยเมื่อต้นปี 2567 ถูกจับตาอย่างหนัก เพราะหลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณการจัดทัพใหม่ของขั้วอำนาจการเมืองฝั่งเพื่อไทย
ย้อนอดีต “กระบอกเสียงคนสำคัญ”
ในอดีต จักรภพเป็นที่รู้จักในฐานะนักพูดที่มีลีลาคมคาย ดุดัน และเป็นหนึ่งใน “กระบอกเสียง” สำคัญของฝ่ายรัฐบาลยุคไทยรักไทยและพลังประชาชน
บทบาทของเขาโดดเด่นทั้งในเวทีสื่อและเวทีการเมือง โดยเฉพาะการตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งทำให้ชื่อของเขายังคงมีน้ำหนักในหมู่ผู้ติดตามการเมืองไทย
จับตาบทบาทใหม่ในสภา
การเข้ามาของจักรภพครั้งนี้ อาจทำให้สมดุลการอภิปรายในสภาเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายประเด็น ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองภายใน และการปรับคณะรัฐมนตรี
หลายฝ่ายจึงจับตาว่า การกลับมาของเขาจะเป็นเพียง สส.บัญชีรายชื่อทั่วไป หรือจะมีบทบาทสำคัญในเกมการเมืองระดับสูงของพรรคเพื่อไทยในระยะต่อไป
การคัมแบ็กครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ “การได้เก้าอี้ สส.”
แต่ถูกตีความว่าเป็น สัญญาณการขยับหมากใหม่ของเพื่อไทย ที่อาจส่งแรงสั่นสะเทือนต่อสมการอำนาจในสภาอย่างมีนัยสำคัญ ที่มีทักษิณหนุนหลัง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสภาผู้แทนราษฎร, รายงานข่าวการเมืองไทย
