30 มิถุนายน 2569 เวลา 11.23 น. บรรยากาศทางการเมืองร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ในการพิจารณาครั้งแรก ฝ่ายผู้ร้องนำโดย นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เข้าร่วมกระบวนการ ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้านมีทั้งอดีต ส.ส. ที่เดินทางมาด้วยตนเองและบางส่วนส่งทีมทนายความเข้าชี้แจงแทน
ศาลมีคำสั่ง รับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านทั้ง 44 ราย พร้อมกำหนด นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. และให้คู่ความยื่นบัญชีพยานรวมถึงแนวทางการไต่สวนภายในกรอบเวลาที่กำหนด
จากนั้น ศาลนัด ไต่สวนพยานนัดแรกวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 กันยายน และ 27 ตุลาคม โดยวางกรอบการพิจารณาคดีไว้ประมาณ 1 ปี พร้อมระบุว่าจะมีพยานเข้าสู่กระบวนการไต่สวนรวม 17 ปาก
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือกรณีคำร้องขอให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการให้สัมภาษณ์ทางการเมือง ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ และไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงมีคำสั่ง ยกคำร้อง
ด้านตัวแทน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า พยานทั้ง 17 ปาก ครอบคลุมทั้งเจ้าของสำนวน ผู้เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐาน และอดีต ส.ส. ที่เคยให้ถ้อยคำในชั้นไต่สวน โดยหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะเรียกไต่สวนรายบุคคลหรือพิจารณาแบบรวมสำนวน
คดีนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในคดีการเมืองสำคัญที่สุดของปี 2569 เพราะอาจส่งผลโดยตรงต่ออนาคตทางการเมืองของอดีต ส.ส. ทั้ง 44 ราย และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการตีความ “จริยธรรมทางการเมือง” ในประเทศไทย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Matichon Online
