นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย เผยแพร่ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ประชาชนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกฎหมายนิรโทษกรรม โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะผู้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง แต่มีขอบเขตความผิดและคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับนิรโทษกรรมตามที่กฎหมายกำหนด
- นิรโทษกรรมครอบคลุม 31 ฐานความผิด
นายไพศาลระบุว่า กฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง แต่ครอบคลุมความผิดรวม 31 ฐานความผิด ตามที่ตนกล่าวถึง รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตลอดจนผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือดำเนินคดีจากคำสั่งหรือประกาศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
- ผู้ขอต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง
นายไพศาลอธิบายว่า ผู้ที่จะขอรับนิรโทษกรรมต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง เป็นฝ่ายทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเข้าร่วมการชุมนุม เกี่ยวข้องกับการชุมนุม หรือแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบอื่น โดยถือเป็นเงื่อนไขด้านคุณสมบัติของผู้ขอรับนิรโทษกรรม
- ย้ำความแตกต่างระหว่างผู้ถูกกล่าวหากับผู้กระทำความผิด
นายไพศาลระบุว่า กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับผู้กระทำความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเห็นว่าถ้อยคำในกฎหมายใช้คำว่า “ผู้กระทำความผิด” จึงต้องพิจารณาความหมายตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด
นายไพศาลให้ความเห็นว่า ผู้ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาหรือถูกฟ้องคดียังไม่ควรถูกถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดเด็ดขาดโดยอัตโนมัติ พร้อมระบุว่า บทบัญญัติที่กล่าวถึงความผิดจากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ไม่ได้ระบุความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตไว้ในถ้อยคำเดียวกัน จึงไม่ควรขยายความเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติ
หวังใช้กฎหมายก้าวข้ามความขัดแย้ง
นายไพศาลกล่าวทิ้งท้ายว่า หากทุกฝ่ายเข้าใจหลักเกณฑ์ของกฎหมายตรงกัน การบังคับใช้กฎหมายก็จะช่วยให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งได้ แต่หากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการตีความที่แตกต่างกัน ก็อาจทำให้ปัญหาความขัดแย้งขยายตัวมากขึ้น
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อความแสดงความคิดเห็นของนายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย
#ไพศาลพืชมงคล #กฎหมายนิรโทษกรรม #การเมืองไทย #มาตรา112 #คมช #คสช #สำนักข่าววิหคนิวส์
