วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 11.32 น. สถานการณ์คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นร้อนระอุขึ้นอีกระลอก หลัง จตุพร พรหมพันธุ์ ออกโรงวิพากษ์อย่างเผ็ดร้อนผ่านรายการ ประเทศไทยต้องมาก่อน โดยชี้ว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่การโกงสอบธรรมดา แต่สะท้อน “วัฒนธรรมถอนทุนคืน” ที่ฝังรากลึกอยู่ในระบบราชการไทย
จตุพรระบุว่า นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องเร่งคลี่คลายข้อเท็จจริงและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลระดับใดก็ตาม เพราะคดีนี้กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสอบราชการอย่างรุนแรง
เขาชี้ว่า คนไทยจำนวนมาก—even ครอบครัวฐานะไม่ดี—ยอมถึงขั้น ขายที่ดิน ขายสวน กู้หนี้ยืมสิน เพื่อนำเงินไปซื้อโอกาสเข้าสู่ระบบราชการ เพราะเชื่อว่าเมื่อได้บรรจุแล้วจะมีความมั่นคงในชีวิต
แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ เมื่อคนจ่ายเงินเพื่อซื้อเก้าอี้ได้สำเร็จ คนเหล่านี้จำนวนไม่น้อยจะเข้าสู่วงจร “ถอนทุนคืน” ด้วยการกลายเป็นนายหน้าหรือหาลูกค้ารุ่นถัดไป เพื่อเอาเงินกลับคืนเหมือนระบบแชร์ลูกโซ่
จตุพรเปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมาว่า
“เมื่อประตูบานแรกเริ่มจากการจ่ายเงิน ทุกอย่างหลังจากนั้นก็กลายเป็นการลงทุน ไม่มีตรงไหนสะอาดอีก”
เขามองว่า ขบวนการนี้อันตรายอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้ผู้ซื้อเก้าอี้กว่า 3,000 คน หลุดเข้าไปอยู่ในระบบราชการจริง พวกเขาอาจกลายเป็นฟันเฟืองของการคอร์รัปชันในอนาคต
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ คลิปเสียงหลุด ที่พาดพิงข้าราชการระดับสูงและเครือข่ายอำนาจ จตุพรเตือนว่า สังคมยังไม่ควรรีบด่วนตัดสิน เพราะบางช่วงของบทสนทนามีลักษณะคล้ายการ ถามนำ หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการรวบรวมหลักฐานของเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าการสอบสวนต้องตรงไปตรงมา และต้องขยายผลไปยังทุกจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือเครือข่ายบุคคลที่เกี่ยวข้อง
จตุพรทิ้งท้ายว่า คดีนี้เลวร้ายที่สุด เพราะไม่ใช่เพียงคนโกงได้ประโยชน์ แต่ยังหมายความว่า คนที่สอบได้จริงอีกหลายพันคนถูกแย่งอนาคตไปต่อหน้าต่อตา
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ใครโกง แต่คือ รัฐจะกล้ารื้อทั้งระบบหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายการประเทศไทยต้องมาก่อน / คำให้สัมภาษณ์นายจตุพร พรหมพันธุ์
