วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 21.10 น. กระแสคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นยังร้อนระอุ หลัง นานภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด้วยถ้อยคำดุเดือด ภายหลังตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับศาลคดีทุจริตฯ
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากข้อกล่าวหาว่า นายรุ่งเรืองทำหน้าที่เป็น ตัวกลางเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ โดยเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายอย่างน้อย 3 ราย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ทำให้สังคมจับตาหนักขึ้น คือโพสต์ล่าสุดของทนายอั๋นที่ตั้งคำถามตรงไปยังเจ้าหน้าที่รัฐว่า เหตุใดจึงมีการจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นเพียง “ตัวกลาง” แต่ผู้ที่ถูกมองว่าเป็น ตัวการระดับสูง ในขบวนการโกงสอบครั้งใหญ่ กลับยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา
ทนายอั๋นระบุอย่างเผ็ดร้อนว่า
“จับปลัดภูเก็ตที่ออกมาเปิดเผยแชทหลุด ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ ข้อหาเรียกรับผลประโยชน์ในการสอบ อส. 3 คน แล้วเมื่อไหร่จะจับคนที่โกงข้อสอบ 3,000 คน เจอคาหนังคาเขา ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเลย”
คำถามดังกล่าวยิ่งจุดกระแสสงสัยในสังคมว่า ขบวนการโกงสอบท้องถิ่นอาจไม่ได้จบแค่ระดับนายหน้า หรือข้าราชการระดับจังหวัด แต่อาจโยงถึงเครือข่ายที่ใหญ่กว่านั้น
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และตำรวจสอบสวนกลางตรวจพบหลักฐานการแก้ไขข้อมูลผลสอบจำนวนกว่า 3,000 รายชื่อ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในคดีทุจริตเชิงระบบที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
หลายฝ่ายจึงตั้งคำถามว่า การดำเนินคดีครั้งนี้จะไปถึง “หัวโจกตัวจริง” หรือไม่ หรือสุดท้ายจะมีเพียงผู้ปฏิบัติการระดับล่างที่ต้องรับผิดแทน
คดีนี้กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย ว่าจะสามารถสาวไปถึงต้นตอของขบวนการขายตำแหน่งราชการได้มากเพียงใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อความโพสต์เฟซบุ๊ก ทนายอั๋น บุรีรัมย์ / รายงานคดีตำรวจสอบสวนกลาง
