วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. ความเคลื่อนไหวที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิดเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ออกมาโพสต์ข้อความครั้งแรกผ่านเพจส่วนตัว ภายหลังได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์ทันที
ข้อความดังกล่าวเป็นการส่งสารตรงถึง “พี่อ้อย” บุคคลสำคัญในคดีความมูลค่า 71 ล้านบาท โดยทนายตั้มระบุว่า ตนไม่มีโอกาสได้พูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจมานาน จึงขอใช้พื้นที่โซเชียลบอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดออกมา
ทนายตั้มเปิดเผยว่า ความขัดแย้งเริ่มสะสมจากหลายเหตุการณ์ ทั้งกรณีถูกกล่าวหาเรื่องนำรถไปให้กลุ่มจีนเทาเช่า รวมถึงเรื่องราวที่มีบุคคลอื่นเข้ามาให้ข้อมูลจนทำให้ “พี่อ้อย” ไม่พอใจตนมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ยังพาดพิงถึงบุคคลและสื่อบางฝ่ายว่า มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อโจมตีตน พร้อมวิจารณ์สื่อบางรายอย่างเผ็ดร้อนว่า อาศัยคดีดังกล่าวสร้างกระแสและผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยมองว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงผู้อื่นเพื่อเรตติ้งและความสะใจ
ประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ที่คดีเงิน 71 ล้านบาท ซึ่งทนายตั้มย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ความจริงทั้งหมดมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่รู้” ได้แก่ พี่อ้อย พี่น้อย และตัวเขาเอง
เขายืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี 7 เดือนที่อยู่ในเรือนจำ เขาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด และหวังว่าสักวันพี่อ้อยจะคลายความโกรธ พร้อมมองเห็นข้อเท็จจริงที่แท้จริง
ทนายตั้มยังกล่าวด้วยว่า หากในอนาคตตนได้รับความยุติธรรมและสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ ก็ไม่มีความคิดจะฟ้องกลับหรือแก้แค้นพี่อ้อยแต่อย่างใด เพราะยังเคารพความสัมพันธ์และความผูกพันในอดีต
คำพูดที่สะเทือนใจที่สุดคือการกล่าวถึง “กฎแห่งกรรม” โดยระบุว่า หากตนไม่ได้กระทำผิด แต่กลับต้องรับโทษจำคุกเพราะเรื่องนี้ บาปกรรมย่อมติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท้ายโพสต์ ทนายตั้มย้ำชัดว่า ข้อความทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้คดีในชั้นศาล เนื่องจากกระบวนการสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และโพสต์นี้จะไม่ถูกนำไปใช้ในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด
อีกหนึ่งสีสันที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือการเข้ามาคอมเมนต์ของ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” ที่โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า “จุ๊กกรูจุ๊กกรู” ก่อนที่ทนายตั้มจะตอบกลับด้วยถ้อยคำสุภาพว่า
“ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา มิตรภาพนี้ผมไม่มีวันลืม”
โพสต์ดังกล่าวยิ่งทำให้คดี 71 ล้านบาทกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง และถูกจับตาว่าอาจมีข้อมูลหรือหลักฐานใหม่ถูกเปิดเผยในอนาคต
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องเงิน แต่กำลังกลายเป็นสงครามความจริงที่สังคมเฝ้ารอคำตอบว่า สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่พูดความจริง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : เพจ ษิทรา เบี้ยบังเกิด / รายงานข่าวสื่อมวลชน
