วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 12.15 น.
ประเด็นร้อนเรื่องเสรีภาพสื่อกลับมาสั่นสะเทือนวงการอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวลือว่ารัฐบาลมีการมอนิเตอร์ จับตา และเฝ้าระวังสื่อมวลชนบางสำนักเป็นพิเศษ จนเกิดข้อครหาเรื่องการแทรกแซงเสรีภาพสื่อ
ล่าสุด น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง และไม่มีการใช้อำนาจรัฐกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนแต่อย่างใด
รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุชัดว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนถือเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลเคารพบทบาทของสื่อทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ หรือผู้ผลิตเนื้อหาสาธารณะ โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวที่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและสามารถตรวจสอบได้
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า
“รัฐบาลไม่มีการสั่งจับตา ไม่มีการเฝ้าระวังสำนักข่าวใดเป็นพิเศษ และไม่มีการแทรกแซงการทำงานของสื่อ”
สำหรับกรณีที่รายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ประกาศยุติการออกอากาศทาง อสมท. จนถูกโยงว่าอาจมีแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองนั้น รัฐบาลยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งการใด ๆ จากภาครัฐ แต่เป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ดำเนินรายการกับผู้บริหารสถานีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยอมรับว่า การติดตามหรือมอนิเตอร์ข่าวสารเป็นภารกิจปกติของทุกหน่วยงานรัฐ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อน ปัญหา และข้อวิจารณ์จากประชาชน รวมถึงใช้ตรวจสอบข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือข้อมูลคลาดเคลื่อน เพื่อเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ
รัฐบาลระบุเพิ่มเติมว่า การติดตามข่าวสารไม่ใช่การคุกคามสื่อ แต่เป็นกลไกสำคัญในการรับรู้เสียงของสังคม เพราะหากรัฐไม่ติดตามข่าว ก็ย่อมไม่สามารถรับรู้ปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องเสรีภาพสื่อครั้งนี้ รัฐบาลยืนยันพร้อมเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งสัญญาณว่า ไม่มองผู้ตรวจสอบเป็นศัตรูทางการเมือง แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนประเทศบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ศึกเสรีภาพสื่อครั้งนี้จึงยังต้องจับตาต่อไปว่า สังคมจะคลายข้อสงสัยได้มากน้อยเพียงใด และความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับสื่อจะฟื้นกลับมาได้หรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ทำเนียบรัฐบาล / อสมท. / รายงานข่าวสื่อมวลชน
