นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการโยกย้ายตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยยืนยันว่าการสลับตำแหน่งระหว่างนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กับนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นไปตามแนวทางการบริหารงานของปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการส่งบุคลากรลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างจริงจัง
นายพลพีร์ ระบุว่า ปัญหาหลายเรื่องในจังหวัดภูเก็ตส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง แม้นายกรัฐมนตรีจะเคยลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองแล้วก็ตาม โดยรัฐบาลมีความกังวลต่อปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ รวมถึงกรณีการถูกเอารัดเอาเปรียบในหลายมิติ
พร้อมเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน เข้าหารือและมอบหมายภารกิจให้เร่งติดตามแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และเป็นพื้นที่ต้นแบบหรือ “แซนด์บ็อกซ์” ที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
“เร็วๆ นี้ผมจะลงพื้นที่ภูเก็ตด้วยตัวเอง เพื่อไปดูปัญหาทั้งหมด และสังคายนาว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง รอดูฝีมือพวกผมครับ” นายพลพีร์ กล่าว
เมื่อถูกถามถึงประเด็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ นายพลพีร์ ระบุว่า ไม่อยากใช้คำว่าผู้มีอิทธิพล แต่หากมีบุคคลหรือกลุ่มใดเอารัดเอาเปรียบประชาชน ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องเข้าไปจัดการ และปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านมองว่าการแก้ปัญหาภูเก็ตเป็นเพียงการโยกย้ายข้าราชการนั้น นายพลพีร์ ตอบโต้สั้นๆ ว่า “ก็รอดูฝีมือพวกผมสิครับ”
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทน โดยไม่มีการอภิปรายหรือทักท้วงในที่ประชุมแต่อย่างใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : ไทยโพสต์
