วัส ติงสมิท อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุว่า คดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่กว่า 5,083 ไร่ ครอบคลุมเอกสารสิทธิประมาณ 995 แปลง ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลการดำเนินการของกรมที่ดินภายหลังคำพิพากษาของศาลปกครอง
ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำสั่งของกรมที่ดินเมื่อปี 2567 ที่ให้ “ยุติเรื่อง” โดยไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางจะมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดง 582/2566 ให้กรมที่ดินดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
จากคำพิพากษาดังกล่าว ศาลได้วินิจฉัยถึงสถานะของที่ดินที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างอิงแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมที่มีมาก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หลังการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผลการพิจารณากลับลงเอยด้วยการมีมติยุติเรื่อง และไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่ใด
สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การฟ้องร้องคดีใหม่ หมายเลขดำ 395/2568 ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งยุติเรื่องของกรมที่ดิน โดยศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว
นักวิชาการและผู้ติดตามคดีหลายฝ่ายมองว่า ประเด็นสำคัญของคดีใหม่ไม่ได้อยู่เพียงเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่เกี่ยวข้องกับหลักการสำคัญของระบบกฎหมายไทย ว่าหน่วยงานทางปกครองควรตีความและปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอย่างไร และขอบเขตการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารควรมีเพียงใดเมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลถึงที่สุดแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะเวลาการดำเนินการตามมาตรา 61 ของประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกฎหมายกำหนดกรอบเวลาสำหรับการสอบสวนและการพิจารณาไว้ แต่กระบวนการในทางปฏิบัติกลับใช้เวลายาวนานกว่าที่หลายฝ่ายคาดหวัง
สำหรับคดีหมายเลขดำ 395/2568 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลางในขณะนี้ ถูกมองว่าอาจเป็นคดีสำคัญที่จะกำหนดแนวทางในอนาคตเกี่ยวกับการบังคับใช้คำพิพากษา การใช้ดุลพินิจของหน่วยงานรัฐ และมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินของรัฐ
ทั้งนี้ ผลคำพิพากษาในคดีดังกล่าวยังไม่ออกมา และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : บทความวิเคราะห์ของ วัส ติงสมิตร, ข้อมูลคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดง 582/2566 และข้อมูลการดำเนินคดีหมายเลขดำ 395/2568 ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
