ดุลย์ จุลกะเศียน นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจโลกที่กำลังเปลี่ยนจากสงครามทหารไปสู่สงครามเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติ
คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ไทยจะเลือกข้างใคร” ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน แต่คือ “ไทยจะสร้างอำนาจภายในของตัวเองได้มากแค่ไหน”
การวิเคราะห์ตามแนวคิด REMORA พบว่า โลกในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ให้รางวัลแก่ประเทศที่ใหญ่ที่สุด แต่ให้รางวัลแก่ประเทศที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด มีผลิตภาพสูงที่สุด และสามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่เศรษฐกิจโลกได้ดีที่สุด
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เตือนว่าประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านผลิตภาพแรงงานที่ชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากสังคมสูงวัย ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเติบโตระยะยาว หากไม่เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและการศึกษา (OECD)
ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกและองค์การการค้าโลกชี้ว่าห่วงโซ่มูลค่าโลก หรือ Global Value Chain กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันหลักของเศรษฐกิจโลก โดยสัดส่วนการค้าระหว่างประเทศจำนวนมากเชื่อมโยงกับเครือข่ายการผลิตข้ามประเทศ ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของห่วงโซ่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของโลก (World Bank)
จากการประเมินเชิงยุทธศาสตร์ สามารถจำลองอนาคตประเทศไทยออกเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก
Scenario แรก คือ “ASEAN Switzerland” หรือการเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งอาเซียน ไทยจะวางตัวเป็นประเทศเป็นกลาง เป็นศูนย์กลางการเงิน การแพทย์ การศึกษา และการลงทุนของภูมิภาค จุดแข็งคือทำเลที่ตั้ง วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และคุณภาพบริการ หากทำสำเร็จ ไทยอาจก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในศตวรรษนี้
Scenario ที่สอง คือ “Food-Energy Superpower” หรือการเป็นมหาอำนาจอาหารและพลังงานสะอาดของโลก โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านอาหาร พลังงาน และภูมิอากาศ ประเทศที่สามารถผลิตอาหารคุณภาพสูงและพลังงานสะอาดได้ในต้นทุนแข่งขัน จะกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
Scenario ที่สาม คือ “AI-Tech Thailand” หรือประเทศไทยฐานนวัตกรรมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก องค์การการค้าโลกประเมินว่า AI อาจเพิ่มมูลค่าการค้าโลกได้มากกว่า 30% ภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ประเทศที่ครอบครองเทคโนโลยี บุคลากร และข้อมูล จะมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล (Reuters)
อย่างไรก็ตาม หากมองตามแนวคิด REMORA ประเทศไทยไม่ควรเดิมพันอนาคตทั้งหมดไว้กับเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง
สูตรที่เหมาะสมที่สุดอาจเป็นการผสมผสานทั้งสามแนวทาง โดยใช้น้ำหนักประมาณ 45% กับการเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งและความเป็นกลาง 35% กับการเป็นมหาอำนาจอาหารและพลังงาน และ 20% กับการสร้างฐานเทคโนโลยีและ AI
เพราะในโลกที่การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และข้อมูล กำลังถูกใช้เป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่เลือกข้างถูก แต่คือประเทศที่สร้างความแข็งแกร่งจากภายในได้มากพอที่จะไม่ต้องพึ่งพาใครมากเกินไป (Reuters)
หากประเทศไทยสามารถยกระดับการศึกษา เพิ่มผลิตภาพแรงงาน พัฒนานวัตกรรม สร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน พร้อมกับรักษาความยืดหยุ่นทางการทูตเอาไว้ได้ อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ปรับตัวตามโลก แต่จะกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมกำหนดทิศทางโลกในศตวรรษที่ 22
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์
สำนักข่าววิหคนิวส์
วันที่ 13 มิถุนายน 2569
อ้างอิง
- OECD Economic Surveys: Thailand 2025 (OECD)
- World Bank Global Value Chains Report (World Bank)
- OECD Digital Transformation and AI Report (OECD)
- WTO Global Value Chain Development Report (wto.org)
- Reuters Geoeconomics and Global Trade Reports 2025-2026 (Reuters)
