วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ลงมติครั้งสำคัญ 50 ต่อ 47 เสียง เดินหน้าร่างกฎหมาย “Iran War Powers Resolution” เพื่อจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยกำหนดว่าหากรัฐบาลต้องการดำเนินสงครามหรือโจมตีระยะยาว จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อน
ถือเป็นครั้งแรกที่ร่างกฎหมายลักษณะนี้ผ่านขั้นตอนสำคัญได้สำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้ล้มเหลวมาแล้วถึง 7 ครั้ง สะท้อนแรงต้านภายในสหรัฐที่เริ่มเพิ่มขึ้นต่อการใช้อำนาจทางทหารของฝ่ายบริหาร
ที่น่าจับตา คือ มีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนโหวตสวนพรรค มาร่วมกับเดโมแครต อาทิ Rand Paul, Susan Collins และ Lisa Murkowski ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 3 เดือน เริ่มสร้างแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศอย่างหนัก
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแรงต้าน คือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เริ่มชัดเจน ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูง เงินเฟ้อ ปัญหา Supply Chain และต้นทุนด้านพลังงานที่กระทบประชาชนอเมริกันโดยตรง
อย่างไรก็ตาม แม้ร่างกฎหมายจะผ่านขั้นตอนสำคัญในวุฒิสภา แต่ยังไม่สามารถหยุดปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐได้ทันที เพราะยังต้องผ่านการลงมติเต็มรูปแบบทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันยังมีเสียงฝ่ายรีพับลิกันครองจำนวนมาก
นอกจากนี้ หากร่างผ่านจริง ประธานาธิบดียังสามารถใช้อำนาจ “วีโต้” ยับยั้งกฎหมายได้ เว้นแต่รัฐสภาจะรวบรวมเสียงได้เกิน 2 ใน 3 เพื่อคว่ำวีโต้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากในทางการเมือง
หลายฝ่ายมองว่า การลงมติครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดว่า สงครามกับอิหร่านเริ่มกลายเป็น “ภาระทางการเมือง” ภายในสหรัฐ และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของวอชิงตันในระยะต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
#เยี่ยมเลย
#คืนนี้
#สงครามอิหร่าน
#สภาวุฒิสภา
#มติอำนาจสงครามอิหร่าน
#ขาวขาว
#การเมืองโลก
#ข่าวต่างประเทศ
#วิกฤตการณ์พลังงาน
#วิหคนิวส์


