นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความชื่นชมการทำหน้าที่ของศาลฎีกา หลังมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ กกต.เลื่อนการพิจารณาคดีตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเห็นว่าเหตุผลที่ กกต.อ้างว่ามีมติเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาต้องหยุดชะงัก
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายสมชัยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นต่อกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งออกนั่งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ ลต.สว.8/2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. จำนวน 3 ราย
คดีดังกล่าวมีนายดิเรก พรสีมา เป็นผู้ร้อง และคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้คัดค้าน โดยผู้ร้องขอให้ศาลตรวจสอบการดำเนินการของ กกต. กรณีมีคำสั่งไม่รับคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณา
กกต.ขอเลื่อนคดี อ้างเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. รวมถึงประเด็นว่าคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. ถือเป็นที่สุดตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถถูกตรวจสอบหรือทบทวนโดยศาลฎีกาได้เพียงใด
ต่อมา กกต.จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าเป็นประเด็นข้อกฎหมายสำคัญที่อาจส่งผลต่อกระบวนการพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ในขณะนั้นปรากฏเพียงมติของ กกต. ที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการยื่นคำร้องจริง จึงยังไม่มีเหตุให้เลื่อนคดีตามที่ กกต.ร้องขอ
ศาลฎีกากำหนดไต่สวนพยาน 21-22 ธันวาคม
ภายหลังพิจารณาคำร้องและคำคัดค้าน ศาลฎีกาอนุญาตให้ไต่สวนพยานบุคคลตามที่คู่ความร้องขอ โดยกำหนดวันนัดดังนี้
- วันที่ 21 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30–16.30 น. ไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง จำนวน 3 ปาก
- วันที่ 22 ธันวาคม 2569 เวลา 09.30–16.30 น. ไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน ได้แก่ กกต. และ ส.ว. จำนวน 2 ปาก
ส่วนคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้ร้อง ศาลไม่อนุญาต เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเพิ่มเติมผู้คัดค้านและคำขอใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำร้องเดิม อีกทั้งไม่เข้าข่ายการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
สมชัยชี้ กกต.จะอ้างมติแล้วขอให้ศาลหยุดคดีไม่ได้
นายสมชัยระบุว่า การที่ กกต.มีเพียงมติว่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่มีเลขรับคำร้องหรือหลักฐานว่าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา ย่อมไม่ควรนำมาเป็นเหตุให้ศาลฎีกาต้องเลื่อนกระบวนการไต่สวนออกไปโดยไม่มีกำหนด
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หาก กกต.สามารถใช้เพียงมติภายในของตนเองเป็นเหตุให้ศาลต้องหยุดการพิจารณาคดี ก็อาจเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่
นายสมชัยจึงกล่าวชื่นชมการตัดสินใจของศาลฎีกาที่เดินหน้ากระบวนการตามกำหนด และทิ้งท้ายด้วยข้อความว่า
“ขอยืนขึ้นปรบมือยาวๆ ให้กับศาลฎีกา ครับ”
คดีเดินหน้าต่อ แต่ยังไม่มีคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ สว.
สำหรับคดีหมายเลขดำ ลต.สว.8/2569 มีที่มาจากคำร้องของนายดิเรก พรสีมา ซึ่งขอให้ตรวจสอบผู้สมัคร สว. 3 ราย ได้แก่ นายบัลลังค์ ศรีมงคล กลุ่ม 4 นางวรรษมนต์ คุณแสน กลุ่ม 9 และนางทองเสียน วงษ์ประจันทร์ กลุ่ม 12
ประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาในคดีนี้ คือการที่ กกต.มีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
การที่ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและกำหนดวันไต่สวนพยาน จึงเป็นการเดินหน้ากระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย ยังไม่ใช่คำพิพากษาชี้ขาดว่าผู้สมัครทั้ง 3 รายขาดคุณสมบัติ หรือ กกต.กระทำผิดตามข้อกล่าวหา
ขณะเดียวกัน ต้องติดตามว่าการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญของ กกต.จะดำเนินการอย่างไร และจะมีผลต่อข้อพิพาทเรื่องขอบเขตอำนาจระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญในขั้นตอนต่อไปหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: มติชนออนไลน์, Nation TV, ฐานเศรษฐกิจ, Thai Post และเฟซบุ๊กนายสมชัย ศรีสุทธิยากร วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
#สมชัยศรีสุทธิยากร #ศาลฎีกา #กกต #คดีสว #คุณสมบัติผู้สมัครสว #ศาลรัฐธรรมนูญ #ดิเรกพรสีมา #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์
