ศาลสูงฮ่องกงมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สั่งจำคุกนายโจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยชื่อดังของฮ่องกง เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังหรือบุคคลจากต่างประเทศเพื่อเป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ ตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลจีนประกาศใช้ในฮ่องกงเมื่อปี 2563
คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นโทษจำคุกเพิ่มเติมจากคดีความมั่นคงแห่งชาติที่เขากำลังรับโทษอยู่ก่อนแล้ว และทำให้กำหนดการได้รับอิสรภาพที่เคยคาดหมายไว้ในเดือนมกราคม 2570 ต้องเปลี่ยนแปลงออกไป โดยรายงานสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เขาอาจต้องอยู่ในเรือนจำจนถึงช่วงปลายปี 2579
รับสารภาพคดีสมคบคิดกับต่างชาติ
คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่า นายโจชัว หว่องร่วมกับนายเนธาน ลอว์ (Nathan Law) อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ และบุคคลอื่น ดำเนินการประสานงานเพื่อขอให้รัฐบาลต่างประเทศ องค์กร และบุคคลภายนอกจีน ใช้มาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อม หรือดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลจีนและรัฐบาลฮ่องกง
เหตุการณ์ที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาครอบคลุมช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 23 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเริ่มมีผลบังคับใช้ในฮ่องกงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563
นายโจชัว หว่องได้ให้การรับสารภาพในข้อหาสมคบคิดดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2569 ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษากำหนดโทษจำคุก 10 ปีในวันที่ 5 พฤศจิกายน
ศาลชี้เป็นความผิดร้ายแรง ลดโทษจาก 13 ปีเหลือ 10 ปี
ผู้พิพากษาวิลเลียม แทม (William Tam) ระบุว่าความผิดดังกล่าวมีลักษณะร้ายแรง โดยศาลกำหนดโทษตั้งต้นไว้ที่ 13 ปี ก่อนพิจารณาลดโทษลง 3 ปี จากการรับสารภาพและเหตุบรรเทาโทษ เหลือจำคุก 10 ปี
สถานีวิทยุโทรทัศน์ฮ่องกง RTHK รายงานว่า โทษ 10 ปีดังกล่าวเป็นโทษขั้นต่ำตามกฎหมายสำหรับความผิดสมคบคิดกับต่างชาติที่ศาลจัดให้อยู่ในประเภทความผิดร้ายแรง
ผู้พิพากษาระบุว่า การกระทำของหว่องและผู้เกี่ยวข้องเป็นความพยายามใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อกดดันรัฐบาลจีนและรัฐบาลฮ่องกง โดยหลังจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมีผลบังคับใช้ ผู้เกี่ยวข้องยังคงดำเนินกิจกรรมเรียกร้องมาตรการจากต่างประเทศต่อไป
จำคุกมาแล้วเกือบ 6 ปี คดีใหม่ทำให้ต้องอยู่ในเรือนจำต่อ
นายโจชัว หว่อง ปัจจุบันอายุ 30 ปี และถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563
ก่อนหน้านี้ เขาถูกตัดสินจำคุก 4 ปี 8 เดือน ในคดีสมคบคิดเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายประชาธิปไตยในปี 2563 โดยเป็นหนึ่งในคดีความมั่นคงแห่งชาติครั้งใหญ่ของฮ่องกง
เดิมทีเขามีกำหนดได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 7 มกราคม 2570 แต่การถูกตัดสินจำคุกเพิ่มเติมอีก 10 ปีในคดีสมคบคิดกับต่างชาติ ทำให้ระยะเวลาการคุมขังยืดออกไปอย่างมาก
สำนักข่าว AFP รายงานว่า กำหนดการได้รับอิสรภาพของหว่องอาจต้องเลื่อนไปจนถึงช่วงปลายปี 2579 ซึ่งขณะนั้นเขาจะมีอายุประมาณ 40 ปี
“โจชัว หว่อง” ยืนยันไม่เคยสนับสนุนเอกราชฮ่องกง
ระหว่างการพิจารณาคดีในช่วงแถลงเหตุบรรเทาโทษ นายโจชัว หว่องกล่าวว่า เขาไม่เคยสนับสนุนให้ฮ่องกงแยกตัวเป็นเอกราช และไม่เคยส่งเสริมให้จีนล่มสลายหรือเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
นอกจากนี้ เขายังระบุว่าไม่เคยได้รับเงินทุนจากต่างประเทศหรือใช้เงินว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเมืองจากต่างชาติ พร้อมกล่าวว่าในเวลาต่อมาเขาตระหนักว่าตนเองเข้าใจผิดเกี่ยวกับขอบเขตของกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาพยานหลักฐานและคำรับสารภาพ ก่อนมีคำพิพากษาลงโทษตามข้อหาที่ถูกฟ้อง
จากผู้นำขบวนการร่ม สู่สัญลักษณ์ประชาธิปไตยฮ่องกง
นายโจชัว หว่องเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่วัยรุ่น จากการเคลื่อนไหวต่อต้านหลักสูตรการศึกษาของรัฐบาลฮ่องกงในปี 2555
ต่อมาในปี 2557 เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของขบวนการร่ม (Umbrella Movement) ซึ่งเรียกร้องให้ประชาชนฮ่องกงมีสิทธิเลือกตั้งผู้นำของตนเองอย่างเป็นประชาธิปไตย และทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ในปี 2559 เขาร่วมก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต (Demosisto) ซึ่งสนับสนุนสิทธิในการกำหนดอนาคตทางการเมืองของฮ่องกง ก่อนที่พรรคจะยุบตัวลงในเดือนมิถุนายน 2563 ก่อนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเริ่มมีผลบังคับใช้
ขณะที่การประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2562 และการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ต่างประเทศกดดันรัฐบาลจีน กลายเป็นส่วนสำคัญของข้อกล่าวหาในคดีความมั่นคงที่เขาเผชิญในเวลาต่อมา
เสียงวิจารณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชน
ภายหลังคำพิพากษา องค์กร Human Rights Watch ออกแถลงการณ์วิจารณ์โทษจำคุก 10 ปี โดยมองว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงและไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลฮ่องกงปล่อยตัวหว่อง
องค์กรดังกล่าวยังแสดงความกังวลว่าการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติส่งผลกระทบต่อการแสดงออกทางการเมืองและการทำงานของกลุ่มประชาสังคมในฮ่องกง
ในอีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของฮ่องกงยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามกฎหมาย และระบุว่าหว่องควรทบทวนการกระทำที่ผ่านมา รวมถึงเรียนรู้ที่จะเคารพกฎหมายและเข้าใจประเทศของตนเอง
จับตาอนาคตขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกง
คำพิพากษาจำคุกโจชัว หว่อง 10 ปี กลายเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญของฮ่องกง ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่มีมาตั้งแต่ปี 2563
คดีนี้ได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากหว่องเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของขบวนการประชาธิปไตยฮ่องกง และเป็นบุคคลที่มีบทบาทในการเรียกร้องการสนับสนุนจากต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รัฐบาลจีนและรัฐบาลฮ่องกงยืนยันถึงความจำเป็นในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของเมือง ส่วนองค์กรสิทธิมนุษยชนและผู้สนับสนุนประชาธิปไตยตั้งคำถามถึงผลกระทบของกฎหมายดังกล่าวต่อเสรีภาพในการแสดงออกและการเคลื่อนไหวทางการเมือง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Reuters, Associated Press (AP), Agence France-Presse (AFP), RTHK และ Human Rights Watch วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
#วิหคนิวส์ #โจชัวหว่อง #JoshuaWong #ฮ่องกง #จีน #ประชาธิปไตย #กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ #NationalSecurityLaw #ข่าวต่างประเทศ #สิทธิมนุษยชน
