วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของนายสมพล หริกุล อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งยื่นขอให้ตรวจสอบการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2567 โดยกล่าวหาว่าการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมยกคำร้องคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ที่ผู้ร้องขอให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี
ยกคำคัดค้านตุลาการ 9 คน
ก่อนพิจารณาคำร้องหลัก ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องลงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ของนายสมพล ที่ขอคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ได้แก่
- นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
- นายวิรุฬห์ แสงเทียน
- นายจิรนิติ หะวานนท์
- นายนภดล เทพพิทักษ์
- นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
- นายอุดม รัฐอมฤต
- นายสุเมธ รอยกุลเจริญ
- นายสราวุธ ทรงศิวิไล
- พล.ต.ท. จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุผลที่ผู้ร้องยกขึ้นคัดค้านไม่เข้าข่ายเหตุที่สามารถใช้คัดค้านตุลาการได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 35 จึงมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านดังกล่าว
ศาลชี้คำร้องไม่มีสาระสำคัญเพิ่มเติม
สำหรับคำร้องหลัก นายสมพลกล่าวอ้างว่า กกต. จัดการเลือก สว. ประจำปี 2567 ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้สมัครรายอื่น โดยอ้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหลายมาตรา รวมถึงมาตรา 107 มาตรา 108 และมาตรา 224
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ไม่ได้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และการที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องเกี่ยวกับการเลือก สว. ไว้พิจารณา
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ประเด็นเกี่ยวกับการกระทำของ กกต. เป็นกรณีเดียวกับที่ผู้ร้องเคยยื่นมาแล้ว และศาลมีคำสั่งที่ 33/2569 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2569 ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213
คำร้องครั้งนี้ไม่ปรากฏสาระสำคัญเพิ่มเติมจากคำร้องเดิม จึงไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามมาตรา 46 วรรคสาม แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561
ปมผู้ตรวจการแผ่นดินและอำนาจศาล
ส่วนกรณีที่ผู้ร้องกล่าวหาว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดกระบวนการร้องและผู้มีสิทธิยื่นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตามมาตรา 47 (2) ประกอบมาตรา 46 วรรคสาม จึงไม่อาจใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ยื่นคำร้องดังกล่าวได้
ขณะที่การโต้แย้งคำสั่งไม่รับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลเห็นว่าเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของผู้พิพากษาหรือตุลาการที่มีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 188 วรรคสอง ประกอบมาตรา 210 วรรคสาม
ท้ายที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของนายสมพลไว้พิจารณาวินิจฉัย
คำสั่งครั้งนี้เป็นการยุติคำร้องของนายสมพล
คำสั่งดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องของนายสมพลและคำคัดค้านตุลาการ 9 คน ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าการเลือก สว. ปี 2567 สุจริตและเที่ยงธรรมโดยสมบูรณ์ และไม่ใช่คำตัดสินคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. โดยตรง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข่าวสดออนไลน์ รายงานวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
#ศาลรัฐธรรมนูญ #เลือกสว2567 #กกต #สมพลหริกุล #ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ #คดีฮั้วสว #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์
