“ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์” เปิดใจเคลียร์ปมเอกสารเลิกกิจการและเลิกจ้างพนักงานของบริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด ยืนยันไม่ได้ขาดทุนและไม่ได้เลิกบริษัท แต่เป็นการปรับโครงสร้างที่วางแผนมานานกว่า 3 ปี เตรียมยุติผลิต “ทูเดย์โชว์” และ “ครัวคุณต๋อย” ทางช่อง 3 สิ้นเดือนธันวาคม 2569 ก่อนย้ายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ โก๊ะตี๋-เอ๊าะรับทราบล่วงหน้าแล้ว
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์ นัดสื่อมวลชนชี้แจงกรณีมีเอกสารภายในของบริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด ประกาศเรื่องเลิกกิจการและเลิกจ้างพนักงาน ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 โดยในเอกสารระบุเหตุผลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและการชะลอตัวอย่างรุนแรง จนสร้างความตกใจให้กับผู้ชมรายการและผู้ติดตามข่าว
ย้ำชัด บริษัทไม่ขาดทุน แค่ปรับโครงสร้าง
ต๋อย ไตรภพ เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างบริษัทดำเนินการมานานประมาณ 3–4 ปีแล้ว โดยได้หารือกับช่อง 3 เพื่อหาทางรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากช่อง 3 เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นสถานีที่บริษัททำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน
เขาระบุว่า บริษัทได้แจ้งช่อง 3 ล่วงหน้าประมาณ 3 เดือนว่า จะหยุดผลิตรายการ “ครัวคุณต๋อย” และ “ทูเดย์โชว์” เพื่อออกอากาศทางช่อง 3 กด 33 ในวันสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2569
ต๋อยยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการเลิกบริษัทหรือธุรกิจทั้งหมด แต่เป็นการย้ายแพลตฟอร์มการผลิตและเผยแพร่รายการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เปรียบธุรกิจเหมือนเรือกลางทะเล ต้องพาลูกเรือรอด
ต๋อยกล่าวว่า ตนทำงานในวงการมานานกว่า 40 ปี ผ่านสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง แต่สภาพการณ์ปัจจุบันถือเป็นมรสุมที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยพบ
เขาเปรียบการตัดสินใจครั้งนี้เหมือนกัปตันเรือที่ต้องเลือกระหว่างฝ่าพายุจนเรืออาจจม หรือพาเรือเข้าฝั่งเพื่อให้ลูกเรือปลอดภัย โดยได้หารือกับพนักงานและถามความเห็นของทุกคน ก่อนจะมีข้อสรุปร่วมกันให้ปรับแผนการดำเนินงาน
ต๋อยระบุว่า พนักงานหลายคนอยู่กับบริษัทมาเป็นเวลานาน บางคนมีอายุมากกว่า 60 ปี ขณะที่พนักงานอายุน้อยที่สุดอยู่ในช่วง 51 ปี บริษัทจึงต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของคนทำงานจำนวนมาก และดำเนินการด้านเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมาย
“ครัวคุณต๋อย-ทูเดย์โชว์” ไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนแพลตฟอร์ม
สำหรับทิศทางในอนาคต ต๋อยเปิดเผยว่า บริษัทเตรียมทำรายการออนไลน์และพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ โดยจะเน้นความรู้และเนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อผู้ชมมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่เพียงความบันเทิงแบบรายการโทรทัศน์ทั่วไป
“ครัวคุณต๋อย” จะปรับรูปแบบใหม่และเผยแพร่ทางออนไลน์ ส่วน “ทูเดย์โชว์” จะพัฒนาเนื้อหาให้สอดคล้องกับประเด็นทางสังคมและรูปแบบการนำเสนอในยุคดิจิทัล พร้อมเตรียมรายการใหม่ อาทิ “KitchenToi Talk” รวมถึงไลฟ์ทอล์กโชว์เกี่ยวกับชีวิตและสังคม ซึ่งมีแผนเริ่มดำเนินการในปี 2570
นอกจากนี้ งานอีเวนต์ครัวคุณต๋อยยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ และมีแผนขยายกิจกรรมให้มากขึ้น ขณะที่บริษัทยังเตรียมพัฒนา Academy ด้านอาหาร เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารอย่างครบวงจร ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสอนสูตรอาหารเท่านั้น
โก๊ะตี๋-เอ๊าะรู้ล่วงหน้า ยืนยันเตรียมงานใหม่ต่อเนื่อง
ต๋อยระบุว่า โก๊ะตี๋และเอ๊าะ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง รับทราบแผนการปรับเปลี่ยนล่วงหน้าแล้ว โดยแต่ละคนมีรายการและงานของตนเอง และบริษัทยังคงสนับสนุนตามความเหมาะสม
เขาย้ำว่า การยุติการผลิตรายการทางช่อง 3 ไม่ได้หมายถึงการอำลาวงการโทรทัศน์ตลอดไป หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและมีโอกาสเหมาะสม ก็พร้อมกลับมาทำงานในรูปแบบเดิมได้อีกครั้ง
เปิดตัวเลขสะเทือนใจ ค่าโฆษณาทีวีลดฮวบ
ต๋อยยังเปิดเผยถึงความเปลี่ยนแปลงด้านรายได้จากโฆษณาว่า ในอดีต “ทูเดย์โชว์” เคยมีอัตราค่าโฆษณาสูงสุดประมาณนาทีละ 400,000 บาท ส่วน “ครัวคุณต๋อย” เริ่มต้นที่นาทีละ 200,000 บาท
สำหรับการผลิตรายการครัวคุณต๋อย ต้องใช้ทีมงานและกองถ่ายจำนวนมาก ทั้งการเดินทางไปถ่ายทำสูตรอาหารตามจังหวัดต่าง ๆ การตั้งกองถ่าย การตัดต่อ และการบันทึกรายการในสตูดิโอ โดยมีทีมงานเกี่ยวข้องประมาณ 50 คน
อย่างไรก็ตาม ต๋อยระบุว่า ปัจจุบันค่าโฆษณาทางโทรทัศน์ลดลงอย่างมาก โดยบางกรณีเหลือประมาณนาทีละ 20,000–30,000 บาท และแม้ขายโฆษณาได้เต็มที่ รายได้ก็อาจอยู่ที่ประมาณ 60,000 บาท เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตที่เคยสูงถึง 600,000–700,000 บาทต่อรายการ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ต้องปรับรูปแบบธุรกิจ
ต๋อยยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการปรับตัวเพื่อให้บริษัทและพนักงานเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมย้ำว่าไม่ได้คิดหยุดทำงานในเร็ว ๆ นี้ และยังมีแนวคิดกับโครงการใหม่อีกมากที่ต้องการนำเสนอแก่ผู้ชมในอนาคต
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข่าวสัมภาษณ์ ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์ และข้อมูลบริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด วันที่ 19–21 ตุลาคม 2569
#ต๋อยไตรภพ #ครัวคุณต๋อย #ทูเดย์โชว์ #ช่อง3 #บอร์นออพเปอเรชั่น #ข่าวบันเทิง #VihokNews
