เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) เผยแพร่สารคดีสืบสวนสอบสวนในรายการ 101 East ตรวจสอบโครงการลองเบย์ (Long Bay) ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสาคร ประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะโครงการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่สารคดีระบุถึงข้อกล่าวหาว่าพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ แรงงานบังคับ และกิจกรรมผิดกฎหมายหลายประเภท
สารคดีใช้วิธีส่งนักข่าวปลอมตัวเป็นนักลงทุนเพื่อเข้าพบผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับ “เติ้ง ปี้ปิง” มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับอาณาจักรธุรกิจที่เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา
เปิดเบื้องหลังโครงการลองเบย์
จากรายงานของอัลจาซีรา ทีมข่าวได้พบกับชายที่ใช้ชื่อว่า “หงเล่ย” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ช่วยระดับสูงของเติ้ง ปี้ปิง และทำงานให้กับเขาตั้งแต่ต้นปี 2567
ระหว่างการพูดคุย หงเล่ยอธิบายรูปแบบธุรกิจว่า มีการขายที่ดิน จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก บริการรักษาความปลอดภัย และบริหารจัดการทรัพย์สิน พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียม โดยผู้เช่าหรือนักลงทุนสามารถดำเนินกิจการของตนเองได้ ภายใต้เงื่อนไขที่เขากล่าวถึง
ทีมข่าวยังได้รับข้อมูลว่าภายในโครงการมีอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร คาเฟ่ ซาวน่า คาราโอเกะ และคาสิโน รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยหงเล่ยกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 300 คน
หงเล่ยยังอ้างว่าเฟสแรกของโครงการมีพนักงานอยู่มากกว่า 6,000 คน และมีโรงอาหารขนาดใหญ่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับพนักงานที่ทำงานตามเขตเวลาของประเทศต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ซึ่งประชาสัมพันธ์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลกลับมีนักท่องเที่ยวให้เห็นน้อย และอาคารหลายแห่งถูกกล่าวหาว่าใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมฉ้อโกงออนไลน์
สารคดีระบุข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับ
อัลจาซีราอ้างข้อมูลจากไอรีน เวสต์ อดีตอัยการสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งระบุว่ามีผู้คนบางส่วนถูกลักลอบนำตัวเข้ามาในพื้นที่และถูกบังคับให้ทำงานเกี่ยวกับการฉ้อโกงออนไลน์ อีกทั้งมีรายงานว่าบางคนพยายามหลบหนีออกจากบริเวณที่มีการควบคุมการเข้าออกอย่างเข้มงวด
สารคดียังพาทีมข่าวสำรวจสถานที่บันเทิงภายในโครงการ โดยรายงานว่ามีการแบ่งพื้นที่ให้บริการเครื่องดื่มและห้องส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด รวมถึงการจัดงานเลี้ยงให้พนักงานที่ทำผลงานได้ดี
ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อค้นพบและคำกล่าวอ้างที่นำเสนอในสารคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาร้ายแรงและควรพิจารณาตามหลักฐานที่ตรวจสอบได้
อ้างมีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อีกประเด็นสำคัญในสารคดีคือคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเติ้ง ปี้ปิงกับเจ้าหน้าที่ในกัมพูชา
รายงานระบุว่า เติ้ง ปี้ปิงและผู้ร่วมงานกล่าวถึงการสนับสนุนการสร้างสถานีตำรวจ การจัดหางานบางอย่าง และการจ่ายเงินเดือนให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ทีมข่าวยังรายงานว่าได้พบเห็นรถตำรวจราชการมารับเติ้ง ปี้ปิงและทีมข่าวเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ
สารคดียังนำเสนอภาพบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและบุคคลทางการเมือง ซึ่งเติ้ง ปี้ปิงอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของเขา อย่างไรก็ตาม การปรากฏในภาพหรือคำกล่าวอ้างของบุคคลหนึ่งเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีส่วนร่วมในการกระทำผิด
เชื่อมโยงกับเครือข่ายเฉอ จื้อเจียง
สารคดีกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเติ้ง ปี้ปิงกับเฉอ จื้อเจียง บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจและศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ในภูมิภาค โดยเติ้ง ปี้ปิงระบุว่าทั้งคู่รู้จักกันมานานหลายปี
รายงานยังกล่าวถึงกรณีที่สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรบริษัทแห่งหนึ่งในปี 2566 โดยเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับและการฉ้อโกงออนไลน์ รวมถึงการกล่าวถึงชื่อเติ้ง ปี้ปิงในเครือข่ายดังกล่าว
ในช่วงท้ายของการสืบสวน ทีมข่าวระบุว่าได้ติดต่อหงเล่ยอีกครั้งหลังมีข่าวเกี่ยวกับการจับกุมเฉอ จื้อเจียง และได้รับข้อมูลว่ามีผู้แนะนำให้เติ้ง ปี้ปิงเดินทางออกจากกัมพูชาก่อนหน้านั้น
อัลจาซีราระบุว่า ณ เวลาที่จัดทำรายงาน ยังไม่ทราบว่าเติ้ง ปี้ปิงอยู่ที่ใด
สารคดี 101 East ครั้งนี้จึงเปิดประเด็นให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา ระบบควบคุมแรงงาน และข้อกล่าวหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายอาชญากรรมกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Al Jazeera รายการ 101 East และวิดีโอสารคดีที่ผู้ส่งให้มา
#อัลจาซีรา #กัมพูชา #ลองเบย์ #ดาราสาคร #เติ้งปี้ปิง #เฉอจื้อเจียง #สแกมเมอร์ #ค้ามนุษย์ #อาชญากรรมข้ามชาติ #VihokNews







