เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🚨 ศึกใหญ่เริ่มแล้ว! ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก “อนุทิน” พร้อม 18 รัฐมนตรี เปิดแผล “ระบอบสีน้ำเงิน”

🚨 ศึกใหญ่เริ่มแล้ว! ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก “อนุทิน” พร้อม 18 รัฐมนตรี เปิดแผล “ระบอบสีน้ำเงิน”

8 October 2026
42   0

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นญัตติขออภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 151

ญัตติครั้งนี้มีเป้าหมายไปที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมรัฐมนตรีในรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 18 คน

ญัตติฝ่ายค้านกล่าวหา “อนุทิน” หลายประเด็น

ในญัตติ ฝ่ายค้านระบุข้อกล่าวหาต่อนายอนุทินในหลายประเด็น ทั้งเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต การบริหารราชการแผ่นดิน การเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนและเครือข่ายพรรคพวก รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแทรกแซงกระบวนการเลือก สว. และกลไกตรวจสอบ

ฝ่ายค้านยังใช้คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” และ “ระบอบ น.หนู” ในการกล่าวถึงโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่ฝ่ายค้านเห็นว่ากำลังขยายอิทธิพลไปยังฝ่ายนิติบัญญัติ สมาชิกวุฒิสภา และกลไกตรวจสอบ

นอกจากนี้ ญัตติยังกล่าวถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง สส. การเลือก สว. การปล่อยปละละเลยปัญหากลุ่มทุนเทา และการบริหารเศรษฐกิจที่ฝ่ายค้านเห็นว่าสร้างความเสียหายแก่ประเทศ

เปิดรายชื่อ 18 รัฐมนตรีถูกซักฟอก

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล
    นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย — ญัตติกล่าวหาว่าขาดความซื่อสัตย์สุจริต บริหารราชการล้มเหลว เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนและเครือข่ายพรรคพวก แทรกแซงกระบวนการเลือก สว. และกลไกตรวจสอบ
  2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
    รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม — ถูกกล่าวหาว่าทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง วางนโยบายเพื่อกลุ่มนายทุน และใช้อิทธิพลแทรกแซงการเลือก สว.
  3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี
    รองนายกรัฐมนตรี — ถูกกล่าวหาว่าไม่เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ สนับสนุนขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ และแทรกแซงการเลือก สว.
  4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
    รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง — ถูกกล่าวหาว่าบริหารประเทศผิดพลาด บกพร่องด้านเศรษฐกิจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเอื้อประโยชน์แก่ขบวนการทุนเทา
  5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
    รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ — ถูกกล่าวหาว่าไร้ภาวะผู้นำ และปล่อยปละละเลยการแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ จนสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น
  6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์
    รองนายกรัฐมนตรี — ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้อง และขาดธรรมาภิบาลและความโปร่งใส
  7. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
    รมว.กลาโหม — ถูกกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตนเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่ทหาร ขาดวินัย และเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง
  8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
    รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา — ถูกกล่าวหาว่าบริหารราชการล้มเหลว ทุจริตคดโกง และใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการเลือก สว.
  9. นายไชยชนก ชิดชอบ
    รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม — ถูกกล่าวหาว่าประกอบธุรกิจบนที่ดินรัฐโดยไม่ชอบ ใช้เงินภาษีและอำนาจเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และพวกพ้อง
  10. นายสุชาติ ชมกลิ่น
    รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม — ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และขาดธรรมาภิบาล
  11. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์
    รมว.ยุติธรรม — ถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชัน ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม และใช้อำนาจแทรกแซงการโยกย้ายแต่งตั้งเจ้าหน้าที่
  12. นายนภินทร ศรีสรรพางค์
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี — ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง ได้มาซึ่งอำนาจโดยมิชอบ และร่วมขบวนการโกงการเลือก สว.
  13. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี — ถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชันเป็นขบวนการ และล็อกโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนและพรรคพวก
  14. นายภราดร ปริศนานันทกุล
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี — ถูกกล่าวหาว่าสร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ ใช้อำนาจเอื้อเครือข่ายพรรคพวกและครอบครัว รวมถึงโกงการเลือก สว.
  15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล
    รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี — ถูกกล่าวหาว่าใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตน ทุจริตการเลือกตั้ง สว. และการเลือกตั้งทั่วไป รวมถึงแทรกแซงองค์กรอิสระ
  16. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ
    รมช.คมนาคม — ถูกกล่าวหาว่าทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย มีผลประโยชน์ทับซ้อน และสมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ
  17. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
    รมช.มหาดไทย — ถูกกล่าวหาว่าขาดภาวะผู้นำและความโปร่งใส ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต และใช้อำนาจผ่านเครือข่ายพรรคพวกแทรกแซงการเลือก สว.
  18. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
    รมช.มหาดไทย — ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ แสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงวิกฤต และร่วมโกงการเลือก สว.

“ณัฐพงษ์” ลั่น เปิดแผล “ระบอบสีน้ำเงิน”

นายณัฐพงษ์กล่าวถึงเหตุผลสำคัญของการอภิปรายว่า ฝ่ายค้านต้องการเปิดแผลและทำลาย “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งฝ่ายค้านมองว่ากำลังแผ่อิทธิพลและกินรวบประเทศ

ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า ระบอบดังกล่าวไม่ได้ใช้อำนาจเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังขยายอิทธิพลไปถึงสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกลไกถ่วงดุลและตรวจสอบ เช่น องค์กรอิสระ

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านมองว่าการขยายอิทธิพลดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายโครงสร้างประชาธิปไตย

ซักฟอกครอบคลุม “ฮั้ว สว.–สอบท้องถิ่น–น้ำท่วม”

นายณัฐพงษ์ระบุว่า เนื้อหาที่ฝ่ายค้านเตรียมใช้ในการอภิปรายจะครอบคลุมหลายประเด็น ทั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. การทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ตลอดจนความล้มเหลวในการบริหารจัดการปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

อีกประเด็นสำคัญคือการรับมือกับวิกฤตภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งฝ่ายค้านระบุว่าจะนำเข้าสู่การอภิปรายอย่างเข้มข้น

ท้ายที่สุด ฝ่ายค้านระบุในญัตติว่า การบริหารราชการของรัฐมนตรีทั้ง 18 คนตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ และขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุญัตติดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระเพื่อให้สภาฯ พิจารณาโดยด่วน

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดข้างต้นเป็นเนื้อหาที่ฝ่ายค้านระบุไว้ในญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจ และเป็นประเด็นที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการอภิปรายและตรวจสอบในรัฐสภา

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: ญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน, คำแถลงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ข่าวอีจัน

#วิหคนิวส์ #อนุทิน #ณัฐพงษ์ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ซักฟอก #รัฐบาล #ฝ่ายค้าน #ระบอบสีน้ำเงิน #การเมืองไทย #ฮั้วสว