เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ด่วน! ไซเบอร์บุกบ้านหรู ทลายเครือข่ายลวงนักศึกษา ยึดทรัพย์ทะลุ 100 ล้าน

ด่วน! ไซเบอร์บุกบ้านหรู ทลายเครือข่ายลวงนักศึกษา ยึดทรัพย์ทะลุ 100 ล้าน

7 October 2026
44   0

7 ตุลาคม 2569

ตำรวจไซเบอร์สนธิกำลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงาน ปปง. เปิดปฏิบัติการขยายผลเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่ตำรวจระบุว่ามุ่งหลอกนักศึกษา โดยนำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในแขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ก่อนจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ปฏิบัติการเริ่มขึ้นช่วงประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีที่ 386/2569 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ก่อนมีการแถลงรายละเอียดคดีในเวลาประมาณ 11.00 น. วันเดียวกัน

คดีนี้เริ่มจากชายอายุ 19 ปี ตกเป็นเหยื่อระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 โดยตำรวจระบุว่า คนร้ายโทรศัพท์เข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก่อนแจ้งว่าเบอร์ของผู้เสียหายพัวพันคดีฟอกเงิน

จากนั้นมีการโอนสายให้บุคคลอีกคนซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ พร้อมสร้างความกดดันให้ผู้เสียหายเชื่อว่าต้องโอนเงินเพื่อตรวจสอบและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินรวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 212,989.90 บาท ก่อนเงินถูกส่งต่อผ่านบัญชีบุคคลหลายราย และตำรวจพบว่าบางส่วนเชื่อมโยงไปถึงการซื้อทองคำมูลค่าสูง
แต่ขบวนการยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น

ตำรวจระบุว่า ผู้เสียหายถูกหลอกให้ถอนเงินสดอีก 450,000 บาท ก่อนนัดให้นำเงินไปส่งมอบที่ลานจอดรถห้า งสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านศาลายา จังหวัดนครปฐม ทำให้ความเสียหายในคดีของนักศึกษาวัย 19 ปีรายนี้รวมเป็น 662,989.90 บาท

จากการแกะเส้นทางเงินสด เจ้าหน้าที่พบว่ามีการรับและส่งเงินเป็นทอดๆ ก่อนสาวถึงชายชาวจีนและบ้านพักหรูในพื้นที่สะพานสูง ซึ่งนำไปสู่การขอหมายค้นและเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่

ผลตรวจค้น เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหา 3 ราย เป็นชายสัญชาติจีนอายุ 37 ปี 1 ราย และหญิงสัญชาติเมียนมา 2 ราย อายุ 35 และ 24 ปี โดยตำรวจกล่าวหาว่าทั้งสามมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการรับและส่งต่อเงินสดภายในเครือข่าย ขณะที่ภายในบ้านพบผู้พักอาศัยหลายสัญชาติรวม 11 คน

ของกลางที่ตำรวจตรวจยึดมีมากกว่า 40 รายการ ทั้งนาฬิกาหรู Richard Mille, Patek Philippe, Rolex และ Audemars Piguet รวมถึงเงินสด โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แฟลชไดรฟ์ หนังสือเดินทาง สมุดบัญชีธนาคาร หนังสือมอบอำนาจ และเอกสารเกี่ยวกับการรับเงินสด

ตำรวจประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้เบื้องต้นว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ยิ่งขยายผลยิ่งพบความเสียหายหนัก เพราะจากแนวทางการสืบสวน ตำรวจระบุว่ามีนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกอย่างน้อย 6 ราย และความเสียหายในกลุ่มคดีที่กำลังตรวจสอบรวมแล้วมากกว่า 200 ล้านบาท

รูปแบบการหลอกมีจุดสำคัญคือ “สร้างความกลัว” โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่องค์กรที่เหยื่อรู้จัก กล่าวหาว่าเหยื่อเกี่ยวพันอาชญากรรม ก่อนบีบให้โอนเงินหรือถอนเงินสดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ก่อนหน้านี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เคยเปิดเผยกรณีนักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่ว่าพัวพันการกระทำผิด และบังคับให้โอนเงินหรือทรัพย์สินเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี สะท้อนว่ากลุ่มนักศึกษาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของทรัพย์สิน ตลอดจนผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พร้อมขยายผลติดตามบุคคลอื่นในเครือข่ายมาดำเนินคดี โดยผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมดขณะนี้ยังมีสถานะเป็นผู้ต้องหา และคดียังอยู่ในกระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตำรวจไซเบอร์ บช.สอท.
Thai PBS
เดลินิวส์,
MGR Online

#ตำรวจไซเบอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #สแกมเมอร์ #หลอกนักศึกษา #ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #สะพานสูง #ศาลายา #อาชญากรรมออนไลน์ #ยึดทรัพย์100ล้าน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ปราบสแกมเมอร์ #ข่าวอาชญากรรม #วิหคนิวส์ #VihokNews