วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรีกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หลังปรากฏภาพมุมสูงบริเวณพื้นที่จัดการกากอุตสาหกรรมใน อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งถูกน้ำท่วม และพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำเป็นแนวยาว ขณะที่มวลน้ำกำลังเคลื่อนตัวไปยังชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมปลายน้ำ
🔎 ย้อนปัญหากากอุตสาหกรรมในพื้นที่
ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยตรวจพบการครอบครองของเสียอันตรายจากโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมใน อ.ศรีมหาโพธิ โดยมีการยึดอายัดวัสดุและเครื่องจักร รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและวัตถุอันตราย
นอกจากนี้ จังหวัดปราจีนบุรียังเคยเปิดเผยว่า โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ถูกสั่งปิด เนื่องจากจัดการขยะอันตรายไม่ถูกต้องและปล่อยสารเคมีอันตรายสู่สิ่งแวดล้อม โดยหน่วยงานรัฐต้องติดตามดำเนินคดีต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมเคยกล่าวถึงการปราบปรามขบวนการขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งพบเครือข่ายทุนจีนหลายรายเชื่อมโยงกับการนำเข้าและกระจายกากอุตสาหกรรมเข้าสู่โรงงานในประเทศ
⚠️ พบคราบสีรุ้งใกล้พื้นที่โรงงาน
ล่าสุด คราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันปรากฏบนผิวน้ำบริเวณใกล้พื้นที่ฝังกลบกากอุตสาหกรรมใน ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ
ข้อมูลจากมูลนิธิบูรณะนิเวศระบุว่า ร่องรอยดังกล่าวเชื่อมโยงกับพื้นที่ของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบกิจการคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงกิจการเกี่ยวกับน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วหรือสารทำละลาย เพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทนและเชื้อเพลิงผสม
การพบคราบผิดปกติในช่วงที่พื้นที่ถูกน้ำท่วม ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ที่สิ่งปนเปื้อนภายในพื้นที่จัดการกากอุตสาหกรรมอาจถูกน้ำพาออกสู่ภายนอก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าคราบดังกล่าวเป็นสารเคมีชนิดใด
🌊 ชาวบ้านกังวลน้ำปนเปื้อนเคลื่อนสู่พื้นที่เกษตร
ข้อมูลจากชาวบ้านระบุว่า คราบน้ำสีรุ้งกำลังไหลผ่านบ้านสระมะเขือ บ้านคู้ลำพัน และบ้านโคกวัด ใน อ.ศรีมโหสถ ก่อนมุ่งหน้าไปยังทุ่งบางพรวง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของจังหวัด
หากตรวจพบว่าน้ำมีสารเคมีหรือมลพิษปะปนอยู่จริง ผลกระทบอาจขยายออกจากบริเวณใกล้โรงงานไปสู่ชุมชน แหล่งน้ำ และพื้นที่เพาะปลูกปลายน้ำได้ ขณะนี้จึงยังต้องรอผลตรวจเพื่อประเมินชนิดและระดับความเสี่ยงของสารปนเปื้อน
🧪 จี้หน่วยงานรัฐเร่งเก็บตัวอย่างน้ำตรวจสอบ
สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป คือการเร่งตรวจสอบพื้นที่และเก็บตัวอย่างน้ำ ดินตะกอน รวมถึงคราบที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ทั้งบริเวณต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อตรวจหาสารปนเปื้อน เช่น สารอินทรีย์ระเหยง่าย โลหะหนัก น้ำมัน และสารทำละลาย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานจังหวัด ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเปิดเผยผลตรวจต่อสาธารณะ เพื่อให้ทราบว่าน้ำที่ไหลผ่านชุมชนมีสารอันตรายหรือไม่ และมีระดับความเสี่ยงเพียงใด
ขณะนี้ ข้อมูลที่มีระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำท่วมและมีรายงานการพบคราบสีรุ้งผิดปกติ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคราบนั้นเป็นสารพิษหรือมีแหล่งกำเนิดจากโรงงานโดยตรง จึงจำเป็นต้องมีผลตรวจทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
ที่มา: NEWS1 / มูลนิธิบูรณะนิเวศ / ข้อมูลหน่วยงานที่ระบุในรายงาน
#น้ำท่วมปราจีนบุรี #ศรีมหาโพธิ #กากอุตสาหกรรม #คราบสีรุ้ง #มลพิษสิ่งแวดล้อม #กรมควบคุมมลพิษ #วิหคนิวส์
