16 กันยายน 2569 เวลา 13.26 น. ปมพยานในคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ คดีพิเศษที่ 24/2568 ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังมีการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รายเดิมเพิ่มเติม โดยพุ่งประเด็นไปที่การใช้จ่ายเงินราชการระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน
ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ DSI ถูกกล่าวหาว่าข่มขู่พยานในคดีฮั้ว สว. หลังพยานรายหนึ่งกลับคำให้การและระบุว่าคำให้การเดิมเกิดจากการถูกข่มขู่
ล่าสุด แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมระบุว่า มีผู้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่ DSI รายดังกล่าว เพิ่มเติมอีกประเด็น โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินราชการของ DSI ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวน
ข้อร้องเรียนระบุว่า อาจมีการเบิกจ่ายเงินราชการเป็นจำนวน หลายสิบล้านบาท ซึ่งผู้ร้องเห็นว่ามีจำนวนสูงผิดปกติ และตั้งข้อสงสัยว่าเงินบางส่วนอาจถูกนำไปใช้นอกวัตถุประสงค์ของทางราชการ
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่าเงินดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อ จูงใจหรือจัดหาผลประโยชน์ให้พยาน เพื่อให้พยานให้ถ้อยคำที่เป็นคุณต่อแนวทางการสอบสวน และกล่าวหาเชื่อมโยงบุคคลหรือพรรคการเมือง รวมถึงพรรคภูมิใจไทย
ผู้ร้องยังตั้งข้อสงสัยไปถึงกระบวนการจัดทำเอกสารขออนุมัติเบิกจ่ายเงินราชการ และกล่าวหาว่าอาจมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ DSI รับรู้หรือเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ ทั้งหมดนี้เป็น ข้อกล่าวหาที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่มีข้อยุติว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องกระทำผิดตามที่ร้องเรียน
อีกประเด็นที่ถูกกล่าวถึง คือ เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวถูกระบุว่าเคยมีบทบาทในการรายงานข้อมูลการสืบสวนเพื่อประกอบการพิจารณารับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 รวมถึงมีบทบาทเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารของบุคคลต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานในคดี
สำหรับประเด็นพยานกลับคำให้การนั้น DSI เคยยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ได้รับหนังสือขอกลับคำให้การจริง และพยานอ้างว่าคำให้การก่อนหน้านี้เกิดจากการข่มขู่ โดย DSI ได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานเจ้าของสำนวนตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต.มีมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. โดยระบุว่ามีผู้ถูกร้องรวม 427 คน และมีมติส่งดำเนินคดีต่อศาลฎีกา 77 คน ขณะที่ข้อกล่าวหาบางส่วนต่อกลุ่มกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ได้ถูกส่งต่อ โดยประธาน กกต.ให้เหตุผลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพยานและการไม่พบเส้นทางการเงินผิดปกติ
ทั้งนี้ ข้อร้องเรียนใหม่เกี่ยวกับการใช้เงินราชการและการจูงใจพยานยังต้องผ่านการตรวจสอบเอกสาร เส้นทางการเบิกจ่าย และพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กระทรวงยุติธรรม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ และข้อมูลข้อร้องเรียนที่เปิดเผยต่อสื่อ
#DSI #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #กระทรวงยุติธรรม #พยานคดีฮั้วสว #ภูมิใจไทย #คดีพิเศษ242568 #สำนักข่าววิหคนิวส์

