13 กันยายน 2569 เวลา 10:42 น.
คดีภาษีจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของ นายทักษิณ ชินวัตร กลับมาเป็นประเด็นจับตาอีกครั้ง หลังกรมสรรพากรเดินหน้าติดตามและสืบทรัพย์เพื่อบังคับชำระหนี้ภาษี หลังคดีเข้าสู่กระบวนการบังคับตามกฎหมายมานานหลายปี
ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับภาษีหุ้นชิน คอร์ปฯ มูลค่าประมาณ 17,629 ล้านบาท ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ให้การประเมินภาษีดังกล่าวมีผลตามกฎหมาย
ล่าสุด กรมสรรพากรยังคงเดินหน้าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณทั้งในประเทศและต่างประเทศตามขั้นตอนการบังคับจัดเก็บภาษี
คดีเก่ากลับมาอยู่กลางกระแสการเมือง
ความเคลื่อนไหวเรื่องการสืบทรัพย์เกิดขึ้นในช่วงที่การเมืองกำลังจับตากระแสการจัดขั้วรัฐบาลและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมือง โดยมีการพูดถึงสูตร “แดง–เขียว–น้ำเงิน” และกระแสข่าวเรื่องพรรคการเมืองสีแดงอาจขยับท่าทีทางการเมืองเพื่อร่วมงานกับกลุ่มการเมืองอื่น
ก่อนหน้านี้สื่อหลายสำนักเคยรายงานถึงความเป็นไปได้ของสูตร น้ำเงิน–เขียว–แดง ในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ปัจจุบันนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา นายอนุทินระบุว่าไม่ได้ปิดประตูการทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรม โดยกล่าวว่าในทางการเมือง “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด”
ท่ามกลางกระแสข่าวดังกล่าว ประเด็น คดีสืบทรัพย์และภาษีหุ้นชินของนายทักษิณ จึงถูกหยิบกลับมาจับตาอีกครั้ง หลังเป็นคดีที่มีความต่อเนื่องมายาวนาน
กรมสรรพากรระบุแนวทางว่าการติดตามทรัพย์สินจะดำเนินการตามกฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรายละเอียดของทรัพย์สินหรือขั้นตอนเชิงลึกไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด
ขณะที่รัฐบาลปัจจุบันมีนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี หลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ด้วยคะแนน 293 เสียง จากผู้ลงคะแนน 498 คน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรมสรรพากร / ศาลฎีกา / สำนักข่าวที่รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมือง
#ทักษิณ #หุ้นชิน #คดีภาษีทักษิณ #สรรพากร #สืบทรัพย์ทักษิณ #ยึดทรัพย์ทักษิณ #17,629ล้าน #อนุทิน #เพื่อไทย #ภูมิใจไทย #กล้าธรรม #รัฐบาลอนุทิน #การเมืองไทย
