ข่าวประจำวัน » ข่าวเด่น » 🚨 ทรัมป์กดดัน Fed รอบใหม่! ลั่นดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงเกินไป สวนทาง “Warsh” ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

🚨 ทรัมป์กดดัน Fed รอบใหม่! ลั่นดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงเกินไป สวนทาง “Warsh” ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

1 September 2026
36   0

1 กันยายน 2569 — ศึกนโยบายการเงินสหรัฐฯ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินหน้ากดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ให้ลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธาน Fed กลับส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า หากเงินเฟ้อยังไม่กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดการเงินจับตาการประชุม Fed ในเดือนกันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางจากฝ่ายบริหารสหรัฐฯ กับสัญญาณจากธนาคารกลางกำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจน

🔥 ทรัมป์ย้ำ “ดอกเบี้ยสูงเกินไป”

ทรัมป์แสดงจุดยืนมาอย่างต่อเนื่องว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ควรลดลง และสหรัฐฯ ควรมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในโลก

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ทรัมป์ระบุอย่างชัดเจนว่า “Rates should be lowered” พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ ควรมีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลก โดยขณะเดียวกันก็กล่าวถึงวอร์ชในทางบวกว่าเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยม แม้จะมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย

ล่าสุดเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 ทรัมป์ยังแสดงความเชื่อมั่นต่อวอร์ช โดยระบุว่าเขาเคารพประธาน Fed และเชื่อว่าวอร์ชจะทำในสิ่งที่จำเป็น แต่จุดยืนของทรัมป์ยังคงชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเกินไป

⚠️ แต่ “วอร์ช” กลับส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ความขัดแย้งอยู่ที่ตัวเลขเงินเฟ้อ

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ Jackson Hole เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 วอร์ชระบุว่า ดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ อยู่ที่ 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่า PCE ระยะ 6 เดือนอยู่ที่ 4.1% สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ Fed ที่ 2% อย่างมาก

วอร์ชยังประเมินว่าตลาดแรงงานโดยรวมสอดคล้องกับภาวะ การจ้างงานเต็มศักยภาพ (Full Employment) ทำให้เขามองว่า Fed ต้องให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นสำคัญ

นี่จึงกลายเป็นสัญญาณสำคัญว่า หากเงินเฟ้อยังไม่แสดงแนวโน้มกลับเข้าสู่เป้าหมาย Fed อาจจำเป็นต้องพิจารณา ขึ้นดอกเบี้ย แทนที่จะลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดบางส่วนคาดไว้

💥 Barclays พลิกเกม! ฟันธง Fed อาจขึ้น 2 ครั้ง

หลังสุนทรพจน์ของวอร์ช Barclays พลิกประมาณการครั้งใหญ่ จากเดิมที่คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 มาเป็นคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25%

ได้แก่

🔴 กันยายน 2569 — +0.25%

🔴 ธันวาคม 2569 — +0.25%

Barclays ระบุว่าสุนทรพจน์ของวอร์ชมีลักษณะ “Hawkish” อย่างชัดเจน และเปิดช่องให้ Fed เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม

ขณะที่ข้อมูลตลาดล่าสุดสะท้อนว่า นักลงทุนเพิ่มการเดิมพันต่อการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดย FedWatch ของ CME ให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยอยู่ราว 60.4% และตลาดกำลังจับตาการประชุม Fed วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นพิเศษ

📉 ตลาดเริ่มรับแรงกระแทก

สัญญาณ Hawkish ของวอร์ชส่งผลต่อตลาดพันธบัตรทันที อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับขึ้นเหนือ 4.75% ขณะที่ทองคำถูกกดดันจากความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยอาจสูงขึ้น เพราะดอกเบี้ยที่สูงทำให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำมีความน่าสนใจลดลง

สถานการณ์จึงกลายเป็นภาพที่ชัดเจนว่า ทรัมป์ต้องการต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ขณะที่ Fed กำลังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย

และนี่คือจุดที่ตลาดต้องจับตาอย่างหนักในเดือนกันยายน เพราะการตัดสินใจของ Fed ครั้งต่อไปอาจเป็นตัวกำหนดทิศทาง ดอลลาร์ ทองคำ หุ้น และพันธบัตรทั่วโลก

สรุปชัด ๆ — ทรัมป์เดินเกม “ลดดอกเบี้ย” แต่ตัวเลขเงินเฟ้อและท่าทีของวอร์ชกำลังผลัก Fed ไปอีกทาง หากเงินเฟ้อยังไม่ลง การขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนจึงกลับมาเป็นความเสี่ยงที่ตลาดต้องรับมือเต็มตัว

สำนักข่าววิหคนิวส์

#ทรัมป์ #Trump #Fed #KevinWarsh #ดอกเบี้ยสหรัฐ #เฟด #เงินเฟ้อ #PCE #JacksonHole #Barclays #เศรษฐกิจสหรัฐ #ทองคำ #ตลาดหุ้น #พันธบัตร #ดอลลาร์ #ข่าวเศรษฐกิจ