31 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา การประชุมวุฒิสภามีวาระพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม
น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายเตือนรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาว่า ประเทศกำลังเผชิญภาระหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น และจำเป็นต้องตอบให้ชัดว่า เหตุใดจึงต้องกู้เงินก้อนใหญ่อีก 4 แสนล้านบาท
โดยระบุว่า ปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ประมาณ 12.9 ล้านล้านบาท หากรวมวงเงินกู้ใหม่ 4 แสนล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปอยู่ราว 68–69% ต่อ GDP ซึ่งเข้าใกล้เพดานตามกรอบที่กำหนดไว้ที่ 70%
ประเด็นสำคัญที่ สว.รัชนีกรตั้งข้อสังเกต คือ ความจำเป็นเร่งด่วนของการออกเป็นพระราชกำหนด
เพราะการกู้เงินควรนำไปใช้เพื่อการลงทุนที่สร้างรายได้และผลตอบแทนระยะยาว ไม่ใช่ใช้เพื่อการบริโภคหรือแก้ปัญหาระยะสั้นจนกลายเป็นภาระดอกเบี้ยของประเทศ
พร้อมยกตัวเลขการขาดดุลงบประมาณและการกู้เงินของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา มาเป็นเหตุผลประกอบความกังวลว่า หากยังใช้แนวทาง “กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ” ประเทศอาจเข้าสู่วงจรที่รัฐบาลต้องกู้เพิ่ม ขณะที่ประชาชนต้องรับภาระหนี้ในอนาคต
⚡ จี้รัฐบาลตอบ เหตุใดต้อง “พ.ร.ก.” ไม่ใช่ “พ.ร.บ.”
สว.รัชนีกรยังตั้งข้อสังเกตว่า หากสถานการณ์ด้านพลังงานเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้า โดยเฉพาะความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามและราคาพลังงาน รัฐบาลต้องชี้แจงให้ได้ว่า มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนถึงขั้นต้องออก พ.ร.ก.จริงหรือไม่
เพราะ พ.ร.ก.เปิดช่องให้รัฐบาลสามารถดำเนินการกู้เงินได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาแบบพระราชบัญญัติตามปกติ
⛽ สว.ชี้เป้า แก้พลังงานต้องถึงต้นเหตุ
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน สว.รัชนีกรยอมรับว่า รัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันได้ดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
แต่เห็นว่า การแก้ปัญหาไม่ควรหยุดอยู่ที่การใช้เงินกู้พยุงราคา
รัฐบาลควรตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและกำไรของธุรกิจพลังงาน รวมถึงพิจารณาว่ารัฐควรมีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำมันและคลังสำรองมากขึ้นหรือไม่
เพราะหากประเทศไทยมีระบบสำรองน้ำมันที่เหมาะสม ก็อาจสามารถบริหารต้นทุนในช่วงวิกฤตได้ดีขึ้น และลดความจำเป็นในการกู้เงินมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
☀️ เสนอผลักดันโซลาร์ ลดภาระประชาชน
สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สว.รัชนีกรเสนอให้รัฐบาลพิจารณาถึง ต้นทุนและระยะเวลาคืนทุนของโครงการ อย่างรอบคอบ รวมถึงทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้จริง
ยกตัวอย่างระบบโซลาร์เซลล์ที่ปัจจุบันราคาถูกลง แต่ยังมีต้นทุนอุปกรณ์ โดยเฉพาะอินเวอร์เตอร์ พร้อมเสนอแนวคิดให้การไฟฟ้ามีบทบาทในการจัดหาอินเวอร์เตอร์ขนาด 10 กิโลวัตต์ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น
สว.รัชนีกรทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ หนี้สาธารณะ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นรัฐบาลต้องวางรากฐานระยะยาว และ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่นายทุน
พร้อมเตือนว่า การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานต้องไม่แลกมาด้วยการทำลายวินัยทางการคลัง และไม่ควรปล่อยให้ภาระหนี้ตกทอดไปถึงคนรุ่นต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: การอภิปรายของ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ ในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 31 สิงหาคม 2569 / The Reporters
#สำนักข่าววิหคนิวส์ #วุฒิสภา #รัชนีกรทองทิพย์ #พรกกู้เงิน #กู้4แสนล้าน #หนี้สาธารณะ #วิกฤตพลังงาน #พลังงานไทย #เศรษฐกิจไทย #รัฐสภา
