กรุงเทพฯ — 18 สิงหาคม 2569
นายสมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ออกมาเปิดข้อเสนอเดิมเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการบริหารโทษของราชทัณฑ์ พร้อมชี้ว่า ถึงเวลาต้อง “รื้อโครงสร้างการบริหารโทษ” เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่ทำให้ผู้ต้องขังคดีร้ายแรงได้รับการลดโทษหรือปล่อยตัวเร็วจนไม่สอดคล้องกับความหนักเบาของความผิดตามคำพิพากษา
นายสมชายระบุว่า ที่ผ่านมาเคยเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา “อำนาจราชทัณฑ์เหนือคำพิพากษา” มาอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับแก้บางส่วนแล้ว โดยกำหนดว่าผู้ต้องขังต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ หรือไม่น้อยกว่า 8 ปี
แต่เจ้าตัวชี้ว่า ยังมีจุดรั่วสำคัญ 3 ประการ
🚨 จุดรั่วที่ 1 — “1 ใน 3 หรือ 8 ปี” เปิดช่องคดีโทษหนัก
นายสมชายมองว่า การกำหนดเกณฑ์ “ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 8 ปี” มีปัญหาสำคัญ เพราะในทางปฏิบัติอาจทำให้ผู้ต้องโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตสามารถเข้าสู่กระบวนการลดโทษได้เมื่อรับโทษถึงเกณฑ์ 8 ปี
ในปี 2565 กรมราชทัณฑ์เคยชี้แจงหลักเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษว่า ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีขึ้นไป และรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 8 ปี แล้วแต่ระยะเวลาใดจะเป็นคุณมากกว่า
ข้อเสนอของนายสมชายจึงต้องการให้คดีอุกฉกรรจ์ที่ศาลพิพากษา จำคุกตลอดชีวิตหรือโทษหนัก ต้องรับโทษจริงไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือกำหนดเกณฑ์ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ก่อนเข้าสู่กระบวนการลดโทษ
ข้อเสนอลักษณะนี้นายสมชายเคยเสนอไว้ตั้งแต่ปี 2564 โดยเสนอให้เพิ่ม “ระยะเวลาปลอดภัย” สำหรับคดีประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต และคดีร้ายแรงบางประเภทเป็นอย่างน้อย 15–20 ปี หรือ 1 ใน 3 ถึงกึ่งหนึ่งของโทษ และเสนอให้ศาลเข้ามามีบทบาทในการพิจารณาการพักโทษหรือปล่อยตัวก่อนกำหนดในคดีร้ายแรงด้วย
💥 จุดรั่วที่ 2 — ดุลพินิจเลื่อนชั้นนักโทษ
นายสมชายชี้อีกว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่ การเลื่อนชั้นนักโทษ
หากการเลื่อนชั้นมีหลักเกณฑ์ที่ไม่เข้มงวดหรือเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป นักโทษอาจได้รับสถานะชั้นดีหรือชั้นเยี่ยมเร็วขึ้น และเมื่อเข้าสู่กระบวนการพระราชทานอภัยโทษ ก็สามารถได้รับอัตราการลดโทษที่มากขึ้นตามชั้นนักโทษ
ประเด็นนี้นายสมชายเคยตั้งข้อสังเกตอย่างจริงจังมาแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2565 โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อสงสัยเรื่อง “ขบวนการซื้อขายเลื่อนชั้นนักโทษ” หลังพบกรณีนักโทษคดีร้ายแรงได้รับการเลื่อนชั้นและได้รับประโยชน์จากการอภัยโทษหลายครั้ง จนระยะเวลารับโทษจริงลดลงอย่างมาก
ดังนั้นข้อเสนอสำคัญคือ ต้องกำหนด เกณฑ์การเลื่อนชั้นให้ชัดเจน ตรวจสอบได้ และลดช่องว่างของดุลพินิจ พร้อมให้ศาลซึ่งเป็นผู้พิพากษาคดีมีบทบาทสำคัญในคดีร้ายแรง ก่อนจะมีการลดโทษ พักโทษ หรือปล่อยตัว
⚠️ จุดรั่วที่ 3 — เกณฑ์อายุ 70 ปี
นายสมชายยังชี้ถึงการใช้ เกณฑ์อายุ 70 ปี ประกอบการพิจารณาปล่อยตัวหรือพักโทษ โดยมองว่าอาจเกิดปัญหาในคดีที่ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนี ต่อสู้ หรือยื้อกระบวนการจนคดีสิ้นสุดหลังจากเวลาผ่านไปหลายสิบปี
เมื่อผู้กระทำผิดถูกจับกุมและถูกพิพากษาในช่วงอายุมาก จึงอาจมีโรคประจำตัวหรือเข้าเกณฑ์ด้านอายุในช่วงที่เข้าสู่การบริหารโทษ
นายสมชายเห็นว่าการใช้เกณฑ์ดังกล่าวต้องพิจารณา ควบคู่กับความร้ายแรงของคดีและพฤติการณ์ของผู้กระทำผิด ไม่ใช่ใช้เพียงอายุเป็นปัจจัยหลักจนทำให้ผู้กระทำผิดคดีร้ายแรงได้รับการปล่อยตัวเร็วเกินสมควร
⸻
🔥 เคยเตือนมาแล้วตั้งแต่ปี 2564
ข้อเสนอของนายสมชายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากกระแสปัจจุบัน แต่มีการเสนอแนวทางแก้ไขมาตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2564
ครั้งนั้นนายสมชายเสนอให้แก้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เพื่อกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำสำหรับนักโทษคดีร้ายแรง และเสนอให้ ศาลเข้ามาพิจารณาการพักโทษ ลดโทษ หรือปล่อยตัวก่อนกำหนด โดยเฉพาะคดีประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 นายสมชายยังออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบระบบเลื่อนชั้นนักโทษ หลังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีนักโทษคดีร้ายแรงได้รับการลดโทษหลายครั้งจากการเลื่อนชั้น จนโทษที่ต้องรับจริงลดลงอย่างมาก
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ประเด็นการบริหารโทษและการเลื่อนชั้นนักโทษเป็นปัญหาที่ถูกตั้งข้อสังเกตมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว
⸻
🚨 “ถึงเวลารื้อโครงสร้าง”
นายสมชายระบุว่า ถึงเวลาต้องทบทวนโครงสร้างการบริหารโทษให้ยึด หลักนิติธรรมและความหนักเบาของคำพิพากษา เป็นหลัก
โดยเฉพาะคดีร้ายแรงที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ต้องไม่ปล่อยให้กลไกด้านการบริหารโทษกลายเป็นช่องทางที่ทำให้ระยะเวลารับโทษจริงแตกต่างจากเจตนารมณ์ของคำพิพากษาอย่างมาก
พร้อมทิ้งท้ายอย่างชัดเจนว่า
“คุกมีไว้ขังคนทำชั่ว มิได้มีไว้ขังแค่คนจน”
ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดเป็น ข้อเสนอและความเห็นของนายสมชาย แสวงการ ที่เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารนำไปพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: นายสมชาย แสวงการ, สำนักข่าวอิศรา และข้อมูลข้อเสนอการแก้ไขหลักเกณฑ์ราชทัณฑ์ในอดีต
