16 สิงหาคม 2569
ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้เสนอให้เกาหลีเหนือกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อเดินหน้าสู่การยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ และเปลี่ยนจากระบบ สงบศึก (Armistice) ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 1953 ไปสู่ ระบอบสันติภาพ (Peace Regime) พร้อมหารือแนวทางจำกัดการพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
ข้อเสนอดังกล่าวถูกประกาศในสุนทรพจน์เนื่องในวันครบรอบการปลดปล่อยเกาหลีของประธานาธิบดีอี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 โดยรัฐบาลโซลระบุว่าต้องการใช้การเจรจาเป็นกลไกลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามเป็นการปะทะครั้งใหม่
จาก “สงบศึก” สู่ “สันติภาพ”
สงครามเกาหลีระหว่างปี 1950–1953 สิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงสงบศึก แต่ไม่ได้มีสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการ ทำให้ในทางเทคนิคความขัดแย้งยังอยู่ภายใต้โครงสร้างสงบศึกมานานกว่า 7 ทศวรรษ
ข้อเสนอใหม่ของโซลจึงมีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ เพราะไม่ได้พูดเพียงเรื่องการลดความตึงเครียด แต่เสนอให้หารือถึง โครงสร้างความสัมพันธ์ใหม่บนคาบสมุทรเกาหลี
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่าเกาหลีเหนือยอมรับข้อเสนอหรือพร้อมเข้าสู่การเจรจา และยังไม่ควรตีความว่ากระบวนการสันติภาพได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
จุดที่ต้องจับตา: “สันติภาพ” กับ “นิวเคลียร์” มาคู่กัน
ข้อเสนอของประธานาธิบดีอีไม่ได้แยกเรื่องสันติภาพออกจากความมั่นคง โดยต้องการหารือมาตรการที่สามารถชะลอการพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเปียงยางควบคู่กันไป
นี่คือประเด็นสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะหากการพูดคุยเกิดขึ้นจริง โต๊ะเจรจาจะไม่ได้มีเพียงเรื่อง เหนือ–ใต้ แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างความมั่นคงในเอเชียตะวันออกและบทบาทของสหรัฐฯ รวมถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซีย
แต่สนามจริงยังตึงเครียด
ข้อเสนอทางการทูตเกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ทางทหารยังมีความเสี่ยง
เกาหลีเหนือเพิ่งออกมาต่อต้านการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ และขู่ว่าจะตอบโต้ ขณะที่การฝึก Ulchi Freedom Shield มีกำหนดเริ่มวันที่ 17 สิงหาคม
ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงว่า “เปียงยางจะตอบรับหรือไม่” แต่คือ ท่าทีทางทหารจะเปลี่ยนไปพร้อมกับท่าทีทางการทูตหรือไม่
สัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง
ท่าทีอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกาหลีเหนือ
การเคลื่อนไหวทางทหารบริเวณ DMZ
การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
การดำเนินการของสหรัฐฯ–เกาหลีใต้หลังเริ่มการฝึกร่วม
สัญญาณจากรัสเซียและจีนต่อข้อเสนอของโซล
แหล่งอ้างอิง: Reuters · Yonhap News Agency · Associated Press
คณะเสนาธิการร่วม
