4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ศาลฎีกา สนามหลวง นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยกรณี 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ภายหลังการตรวจพยานหลักฐาน ศาลมีคำสั่งกำหนดไต่สวนพยานรวม 69 ปาก แบ่งเป็น พยานฝ่ายผู้ร้อง 9 ปาก และ พยานฝ่ายผู้คัดค้าน 60 ปาก โดยกำหนดวันไต่สวนต่อเนื่องตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2569 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2570
สำหรับพยานฝ่ายผู้ร้อง ศาลกำหนดไต่สวนจำนวน 4 นัด ได้แก่ วันที่ 25 สิงหาคม, 22 กันยายน, 20 ตุลาคม และ 27 ตุลาคม 2569
ส่วนพยานฝ่ายผู้คัดค้านจำนวน 60 ปาก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้คัดค้าน 25 ปาก นักวิชาการ 15 ปาก และผู้มีส่วนรู้เห็นอีก 20 ปาก โดยกำหนดไต่สวนรวม 17 นัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 และ 17 พฤศจิกายน, 1 และ 22 ธันวาคม 2569 ก่อนดำเนินต่อเนื่องในปี 2570 ได้แก่ วันที่ 19 และ 26 มกราคม, 2, 16 และ 23 กุมภาพันธ์, 2, 16, 23 และ 30 มีนาคม, 20 และ 27 เมษายน รวมถึง 11 และ 18 พฤษภาคม 2570
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายจัดทำบัญชีรายชื่อพยานและกำหนดลำดับการไต่สวน ส่งต่อศาลภายใน 30 วัน เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา หลังเห็นว่าการที่อดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา เจริญรัตน์ ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
- ศาลฎีกา
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
- มติชน
