2 สิงหาคม 2569 – นาย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยสถานการณ์คุณภาพสินเชื่อของภาคธุรกิจไทย โดยระบุว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก 2.85% เป็น 2.97% ในเดือนพฤษภาคม 2569 และอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก หากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวในระดับต่ำ
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความแตกต่างของหนี้เสียระหว่างธุรกิจขนาดเล็กกับธุรกิจขนาดใหญ่ โดยพบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีมีสัดส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 9.5% ขณะที่ธุรกิจรายใหญ่มีหนี้เสียเพียง 1.5% หรือแตกต่างกันถึง 6 เท่า สะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านศักยภาพการแข่งขันและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย
นอกจากนี้ สินเชื่อสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอียัง หดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 15 ติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนว่าภาคธุรกิจขนาดเล็กยังประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากสถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยกู้มากขึ้น จากความเสี่ยงของหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้น
ธปท. ชี้ว่า ปัญหาดังกล่าวกำลังกลายเป็น วงจรเชิงลบ เพราะเมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงเงินทุน ก็ไม่สามารถลงทุน ขยายกิจการ หรือปรับตัวให้แข่งขันได้ รายได้จึงไม่เติบโต ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง และมีโอกาสกลายเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นในอนาคต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาสภาพคล่องและต้องปรับลดขนาดกิจการหรือยุติการดำเนินธุรกิจ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- BTimes
