วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.12 น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงประกอบ พระราชพิธีทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เป็นเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญที่สืบทอดมาแต่โบราณราชประเพณี
ในการพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถวายพวงมาลัยสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงถอดมงกุฎประจำฤดูร้อน ทรงสรงพระสุคนธ์ด้วยพระมหาสังข์ประจำพระองค์และพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ ก่อนทรงซับองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และทรงสวมมงกุฎประจำฤดูฝน อันเป็นขั้นตอนสำคัญของพระราชพิธี
จากนั้นทรงประกอบพระราชพิธีบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ และทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์ที่ได้จากการสรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทภายในพระอุโบสถ ตามราชประเพณีที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
พระราชพิธีทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นราชประเพณีสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทยที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และเป็นสัญลักษณ์แห่งการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าของชาติ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักพระราชวัง และข้อมูลพระราชพิธีทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
