แรงสะเทือนจากปม “ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ” ยังไม่จบ ล่าสุดลามถึงกระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรง เมื่อมีรายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ หลังคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า กรณีดังกล่าวมีมูลเข้าข่ายให้ดำเนินการสอบสวนต่อ
ที่สำคัญ คำสั่งนี้เกิดขึ้นก่อนหนังสือลาออกของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ จะมีผลเพียงไม่กี่วัน!
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.14–09.53 น. สื่อหลายสำนักรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน ได้พิจารณากรณี พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ซึ่งเกี่ยวพันกับการดำเนินการของแพทยสภาในปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
หลังการพิจารณา คณะกรรมการมี มติเป็นเอกฉันท์ เห็นว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายมีมูลให้ดำเนินกระบวนการทางวินัยต่อ จึงเสนอเรื่องไปยังกองวินัยเพื่อประมวลเรื่องเสนอต่อ ผบ.ตร.
กระทั่งวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน
คำสั่งดังกล่าวทำให้สถานการณ์ของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ พลิกทันที เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากราชการด้วยตนเองที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โดยระบุให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
แต่เมื่อถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงก่อนวันที่ลาออกมีผล กระบวนการออกจากราชการจึงถูกสกัดไว้ตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการตำรวจซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง
เท่ากับว่า จากเดิมที่เหลืออีกเพียงไม่กี่วันจะถึงวันที่ 1 สิงหาคม เส้นทางลาออกกลับสะดุดอย่างกะทันหัน และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป
ย้อนต้นตอ “ชั้น 14”
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ลากยาวมาจากกรณีการรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และบุคลากรทางการแพทย์
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมการแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 3 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวมีแพทย์ 2 รายถูกลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม จากประเด็นด้านมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการแพทย์ในคดีชั้น 14
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ผบ.ตร.มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 371/2568 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ หลังการลงโทษของแพทยสภา
จากนั้น พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ถูกให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. ชั้น 20 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดทางให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไป ก่อนจะมีการขยายระยะเวลาช่วยราชการเพิ่มเติม
กระทั่งวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เริ่มมีรายงานว่าผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเห็นว่ากรณีมีมูล และเตรียมเสนอ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ก่อนจะมาถึงจุดสำคัญในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เมื่อมีรายงานว่า ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว
และนี่คือจังหวะที่น่าจับตาที่สุด เพราะ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ มีกำหนด เกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 เหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 2 เดือนเท่านั้น
จากนี้ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังคณะกรรมการสอบสวนที่มี พล.ต.อ.อิทธิพล เป็นประธาน ว่าผลการสอบสวนจะออกมาในทิศทางใด และกระบวนการจะดำเนินไปทันก่อนวันเกษียณหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำให้ชัดว่า การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่า พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ กระทำผิดวินัยร้ายแรงแล้ว เจ้าตัวยังมีสิทธิชี้แจงและนำเสนอพยานหลักฐานตามกระบวนการ และต้องรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในเวลานี้คือ ปมชั้น 14 ซึ่งเริ่มต้นจากข้อสงสัยเรื่องการรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ได้เดินทางมาถึงอีกจุดสำคัญ — การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงระดับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และเกิดขึ้นก่อนคำขอลาออกจะมีผลเพียงไม่กี่วัน
เกมนี้จึงยังไม่จบ และผลสอบวินัยร้ายแรงจะเป็นตัวชี้ชะตาว่า บทสรุปของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ก่อนถึงวันเกษียณ 30 กันยายน 2569 จะลงเอยอย่างไร
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยโพสต์, ข่าวสด, สำนักข่าวอิศรา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้อมูลการดำเนินการของแพทยสภาที่เกี่ยวข้องกับกรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
