ข่าวประจำวัน » สะเทือนทั้งครม.! สตง.ตีแสกหน้า งบแจกปุ๋ย 6 พันล้าน “ไม่เร่งด่วน” เสี่ยงล็อกสเปก-ผูกขาด-ทำไม่ทัน

สะเทือนทั้งครม.! สตง.ตีแสกหน้า งบแจกปุ๋ย 6 พันล้าน “ไม่เร่งด่วน” เสี่ยงล็อกสเปก-ผูกขาด-ทำไม่ทัน

20 May 2026
31   0

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันที หลังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งหนังสือด่วนถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คัดค้านโครงการแจกปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์วงเงิน 6,000 ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนทำให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องถอนวาระออกจากการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

โดย สตง. ชี้ชัดว่า โครงการดังกล่าว “ไม่มีลักษณะเป็นความจำเป็นเร่งด่วน” ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 20 (6) แม้รัฐบาลจะอ้างผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางและราคาปุ๋ยโลกผันผวน แต่โครงการกลับช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศได้เพียง “ส่วนน้อย” และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทั่วถึงหรือทันท่วงที

สตง.ยังระบุอีกว่า กระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินโครงการลักษณะใกล้เคียงกันอยู่แล้วเป็นประจำทุกปี ผ่านหลายหน่วยงาน เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน จึงสามารถเสนอของบประมาณผ่านขั้นตอนปกติได้ ไม่จำเป็นต้องใช้งบกลางฉุกเฉิน

นอกจากนี้ สตง.ยังตั้งข้อสังเกตหนักถึงความเสี่ยงด้าน “ประสิทธิภาพและความคุ้มค่า” เพราะโครงการมีเวลาทำเพียง 4 เดือน แต่ต้องดำเนินทั้งอบรม จัดซื้อ จัดจ้าง ผลิต และแจกจ่ายปุ๋ยทั่ว 77 จังหวัด เสี่ยงทำไม่ทันเวลา โดยเฉพาะปุ๋ยชีวภาพที่มีอายุสั้นและต้องผลิตตามออเดอร์

ที่สำคัญ ยังเตือนถึงความเสี่ยงเรื่อง “การผูกขาดและฮั้วประมูล” เพราะการเร่งจัดหาปุ๋ยปริมาณมหาศาลในเวลาจำกัด อาจมีผู้ประกอบการไม่กี่รายที่สามารถผลิตได้ทัน จนเกิดปัญหาการแข่งขันไม่เป็นธรรม และรัฐอาจไม่ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ ความเป็นธรรมในการกระจายงบประมาณ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นเกษตรกรที่ “มีความพร้อม” ซึ่งอาจซ้ำซ้อนกับกลุ่มเดิมที่ได้รับประโยชน์จากโครงการภาครัฐอยู่แล้ว ทำให้เกษตรกรรายอื่นเข้าไม่ถึงโอกาส

หนังสือของ สตง. ยังเสนอแนะให้กระทรวงเกษตรฯ กลับไปวางแผนเสนอของบประมาณตามขั้นตอนปกติ เพื่อให้การใช้เงินแผ่นดินเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ขณะที่ในโลกออนไลน์ เริ่มมีเสียงวิจารณ์อย่างหนักว่า โครงการขนาดใหญ่ใช้งบมหาศาลเช่นนี้ หากไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น อาจกลายเป็นอีกหนึ่ง “มหากาพย์งบประมาณ” ที่สังคมต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง สำนักข่าวอิศรา

สำนักข่าววิหคนิวส์