หมาเฝ้าบ้าน-“คะแนนนิยมเหลือ 8%… นายกรัฐมนตรีแพ้รองนายกฯ เป็นไปได้ยังไง!” เทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยง เจอกัน” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
.
เจาะลึกบทสัมภาษณ์สุดร้อนแรง! “เทพไท เสนพงศ์” ชำแหละเกมกฎหมาย ป.ป.ช. คดีซุกหุ้น พร้อมวิเคราะห์รอยปริร้าวของขบวนการสีน้ำเงินที่กำลังลุแก่อำนาจ ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาของนายกฯ อนุทินที่คะแนนนิยมดิ่งฮวบ อะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่จะจุดชนวนมวลชนให้ลุกฮือ? ติดตามสรุปประเด็นหมัดต่อหมัดได้ที่นี่!
.
❏ ป.ป.ช. กับช่องโหว่ทางกฎหมายคดีซุกหุ้น
.
คำแถลง 5 หน้าของ ป.ป.ช. ที่ตีตกคดีซุกหุ้นของคุณศักดิ์สยาม อาศัยเหลี่ยมคูทางกฎหมายที่แยบยล โดยอ้างอิงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ไปฟ้องเรียกหุ้นคืนจากนอมินี เมื่อมีการประนีประนอมยอมความและซื้อที่ดินคืน ป.ป.ช. จึงใช้จุดนี้เป็นทางออกในการอ้างว่าคุณศักดิ์สยาม “ไม่มีเจตนา” ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แม้สังคมจะยังกังขาเรื่องเส้นทางการเงินที่แท้จริงก็ตาม แต่กลเกมนี้ถือว่าถูกวางแผนมาอย่างฉลาดเพื่อหาทางลงให้ ป.ป.ช.
.
“มันเป็นทางออกประตูนี้ประตูเดียวนะ ช่องนี้ช่องเดียวที่ผมคิดว่า ป.ป.ช. นำมาอธิบายเมื่อวานน่ะครับ”
.
❏ อันตรายจากข้ออ้างเรื่อง “ดุลพินิจ”
.
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ป.ป.ช. รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี ม.157 ได้ยาก คือการใช้ข้ออ้างเรื่อง “ดุลพินิจ” ซึ่งไม่ใช่ข้อกฎหมายที่สามารถพิสูจน์ถูกผิดได้ชัดเจน แต่เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลของกรรมการ ป.ป.ช. เอง การเปิดช่องว่างให้ใช้ดุลพินิจได้อย่างกว้างขวางเช่นนี้ ทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยวได้ง่าย ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าการร่างรัฐธรรมนูญในอนาคตจำเป็นต้องลดการใช้ดุลพินิจขององค์กรอิสระให้เหลือน้อยที่สุด
.
“สังคมไทยมันเป็นแบบเนี้ย พอใช้ดุลพินิจได้ปั๊บเนี่ย ดุลพินิจมันบิดเบี้ยวได้ไง… รัฐธรรมนูญเนี่ยมันต้องพยายามลดดุลพินิจเนี่ยให้มากที่สุด”
.
❏ ภาวะมวลชนสับสนและอ่อนล้า
.
ปัจจุบันขบวนการสีน้ำเงินสามารถรวบอำนาจเบ็ดเสร็จและลุแก่อำนาจได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝ่ายต่อต้านกำลังเผชิญภาวะอ่อนล้าและไร้เอกภาพ มวลชนเสื้อแดงเกิดความสับสนเมื่อพรรคเพื่อไทยจับมือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับภูมิใจไทย ขณะที่มวลชนสีส้มก็ถูกตีกรอบโดยแกนนำพรรคที่ไม่สนับสนุนการลงถนนและเน้นสู้ในข้อกฎหมาย เมื่อมวลชนไร้ทิศทางและไม่มีแกนนำที่ชัดเจน จึงกลายเป็นจังหวะทองให้ผู้มีอำนาจเดินเกมได้อย่างย่ามใจ
.
“วันนี้เนี่ยก็ต้องยอมรับนะว่ามวลชนมันสับสน มันอ่อนล้า และมันก็ไม่เป็นเอกภาพ ซึ่งมันก็เป็นโอกาสของขบวนการสีน้ำเงินน่ะ ในการที่จะลุแก่อำนาจ”
.
❏ องค์กรอิสระคือสายล่อฟ้าจุดชนวนมวลชน
.
แม้ตอนนี้น้ำจะยังไม่เดือด แต่องค์กรอิสระกำลังกลายเป็นรูปธรรมที่ทำให้ประชาชนเห็นภาพการถูกครอบงำชัดเจนขึ้น คดีสำคัญที่รอต่อคิวอยู่ ทั้งคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง และคดีฮั้ว สว. จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญ หากผลการตัดสินฝืนความรู้สึกของสังคมในวงกว้างและถูกมองว่าเป็นการพิจารณาแบบพวกมากลากไปเพื่อรับใช้ขบวนการสีน้ำเงิน สิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้กระแสความคับแค้นของประชาชนรุนแรงจนนำไปสู่การต่อต้านได้
.
“ถ้าหากว่ามีปรากฏการณ์อะไรที่มันฝืนความรู้สึกของประชาชน… ภายใต้การบงการของขบวนการสีน้ำเงินทั้งหมดเนี่ย เมื่อชัดเจนเช่นเนี้ย ผมว่ากระแสต่อต้านมันก็จะแรงขึ้น”
.
❏ โดมิโน่ทางการเมืองสะเทือนถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยม
.
หากขบวนการสีน้ำเงินล่มสลายหรือถูกมวลชนขับไล่ ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่ตัวรัฐบาล แต่จะลุกลามไปถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่อยู่เบื้องหลังด้วย เพราะสังคมรับรู้ร่วมกันว่าที่ขบวนการสีน้ำเงินสามารถผยองและมีอำนาจอยู่ได้ทุกวันนี้ เป็นเพราะมีกลุ่มอนุรักษ์นิยมคอยเป็นลมใต้ปีกและคอยสนับสนุน ดังนั้นหากเกิดการแตกหักทางการเมือง ศรัทธาและความโกรธแค้นของประชาชนจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
“ถ้าหากว่ามันล้มขบวนการสีน้ำเงินได้เนี่ย ศรัทธามันก็จะไปถึงฝ่ายอนุรักษ์นิยมโดยปฏิเสธไม่ได้อะ”
.
❏ วิกฤตผู้นำของนายกฯ อนุทิน
.
คะแนนนิยมของนายกฯ อนุทินที่ร่วงหล่นจาก 28% เหลือเพียง 8% สะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก แม้จะพยายามกู้สถานการณ์ด้วยการกู้เงิน 5 แสนล้านมาทำประชานิยมแจกเงินเพื่อซื้อใจประชาชน แต่ปัญหาที่แท้จริงคือความล้มเหลวในการแสดงภาวะผู้นำ สังคมไทยต้องการนายกฯ ที่เด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ แต่คุณอนุทินกลับมีบุคลิกเป็นเพียง “ผู้ประสานงาน” หรือนักจ่ายงาน ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังของประชาชนในยามนี้
.
“สังคมไทยเขาอยากจะเห็นความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีเนี่ย แสดงความรับผิดชอบนะครับให้มากที่สุด… เขาไม่ใช่คนเป็นผู้นำ เขาเป็นคนประสานงาน”
.
❏ “คุณหนู” ไม่ใช่นักสู้ทางการเมือง
.
คุณเทพไทมองว่าฉายาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณอนุทินไม่ใช่ “นายกฯ หนู” หรือ “หนูผี” แต่คือคำว่า “คุณหนู” เพราะปูมหลังไม่ได้เติบโตมาจากการต่อสู้ทางการเมืองด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่เป็นทายาทธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและมีพ่อเป็นนักการเมืองปูทางไว้ให้ ภาพลักษณ์ความเป็นคุณหนูนี้เองที่สะท้อนผ่านการบริหารงานที่ขาดความเด็ดขาด ขาดสัญชาตญาณนักสู้ และทำให้ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางการเมืองที่ครองใจมวลชนได้อย่างแท้จริง
.
“เขาเป็นคุณหนู เขาไม่ใช่นักการเมืองที่ไต่เต้าที่สู้มาด้วยลำแข้งลำขาไง… เขาก็อยู่ในฐานะคุณหนูนะครับ ไม่ใช่นายกฯ หนู หรือว่าหนูผีครับ”
