ข่าวประจำวัน » อดีตผู้พากษาศาลฎีกาไม่ทน !! ปปช.ไม่ฟ้องศักดิ์สยาม ทั้งที่ศาลรธน.ตัดสินว่าผิด

อดีตผู้พากษาศาลฎีกาไม่ทน !! ปปช.ไม่ฟ้องศักดิ์สยาม ทั้งที่ศาลรธน.ตัดสินว่าผิด

18 April 2026
7   0

นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ระบุว่า ⚖️ เมื่อ “ดุลพินิจ” สวนทางกับ “ความจริงที่ปรากฏ” : เสียงเรียกจากสังคมถึง ป.ป.ช. ในกรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ในระบอบประชาธิปไตยที่มีหลักนิติรัฐเป็นแกนกลาง “ความยุติธรรมต้องไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมาย แต่ต้องทำให้สังคมเห็นและเชื่อมั่นว่ายุติธรรมด้วย” แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ กลับกำลังสร้างรอยร้าวลึกในใจประชาชน เมื่อหน่วยงานตรวจสอบสองแห่งที่มีความสำคัญระดับประเทศ กลับวินิจฉัยผลลัพธ์ออกมาคนละทิศทาง ทั้งที่มี “พยานหลักฐานชุดเดียวกัน” 🧩

🔍 พลิกปมความต่าง: ข้อเท็จจริงที่ถูกตีความผ่านเลนส์ที่ต่างกัน

เราได้รับทราบคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ (มกราคม 2567) ที่ชี้ชัดด้วยมติ 7 ต่อ 1 ว่ามีการ “อำพราง” และยังคงสถานะเจ้าของหุ้นตัวจริง ซึ่งส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีทันที นั่นคือบรรทัดฐานที่ศาลวางไว้ว่าพฤติการณ์ดังกล่าวคือการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

แต่เมื่อเรื่องมาถึงมือ ป.ป.ช. (กันยายน 2568) ผลลัพธ์กลับกลายเป็น “ปัดตกข้อกล่าวหา” โดยให้เหตุผลเบื้องต้นว่า “ไม่พอพิสูจน์เจตนาว่าจงใจยื่นบัญชีเท็จ” จุดนี้เองที่ทำให้สังคมเกิดอาการช็อก! ⚡ เพราะพฤติการณ์อำพรางที่ศาลเห็น กลับกลายเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เพียงพอจะพิสูจน์ความจงใจในสายตา ป.ป.ช.

👤 “ดุลพินิจบุคคล” : รอยโหว่ของความน่าเชื่อถือ

ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สาเหตุหลักที่ทำให้สังคมคลางแคลงใจ ไม่ใช่ตัวบทกฎหมายที่ซับซ้อน แต่คือ “ดุลพินิจของตัวบุคคลในองค์กร” 👥

เมื่อกฎหมายเปิดช่องให้ใช้การตีความ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือมาตรฐานที่คงเส้นคงวา หาก “การอำพราง” ไม่เท่ากับ “ความจงใจ” แล้วมาตรฐานแบบไหนกันที่ ป.ป.ช. ใช้ในการวัดใจนักการเมือง? การใช้ดุลพินิจที่ดูเหมือนจะโน้มเอียงไปในทางที่ทำให้ผู้ถูกตรวจสอบพ้นผิด ย่อมนำไปสู่คำถามที่เจ็บปวดว่า “องค์กรอิสระยังคงเป็นอิสระจากอำนาจการเมืองจริงหรือไม่?”

📢 ข้อเรียกร้อง: เปิดเผย “เหตุผลฉบับเต็ม” โดยทันที!

ความเงียบคือศัตรูของความเชื่อมั่น ในเมื่อสังคมมีคำถาม ป.ป.ช. มีหน้าที่เดียวที่จะรักษาศักดิ์ศรีขององค์กรไว้ได้ คือ “การเปิดเผยรายละเอียดคำวินิจฉัยและเหตุผลในการยกข้อกล่าวหาให้สาธารณชนได้รับทราบโดยเร็วที่สุด” 📄🔓

เราไม่ได้ต้องการเพียงคำสรุปว่า “ยกข้อกล่าวหา” แต่เราต้องการทราบว่า:

• พยานหลักฐานชิ้นใดที่ ป.ป.ช. มองต่างจากศาลรัฐธรรมนูญ? 🧐

• บรรทัดฐานของคำว่า “จงใจ” ของ ป.ป.ช. วางไว้อยู่ตรงไหน?

• เหตุผลประกอบดุลพินิจของกรรมการที่บันทึก “ความเห็นแย้ง” หรือเหตุผลของตนไว้ในรายงานการประชุม?

🏁 บทสรุป: ความโปร่งใสคือทางออกเดียว

หาก ป.ป.ช. มั่นใจว่าการใช้ดุลพินิจครั้งนี้เป็นไปโดยสุจริตและยึดถือหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องประวิงเวลาในการเปิดเผยข้อมูล 

การเปิดเผยความจริงคือการให้เกียรติประชาชน และเป็นการพิสูจน์ว่า “ดุลพินิจ” นั้นถูกใช้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจให้ใครบางคน 🏛️✨

จนกว่าคำอธิบายที่สมเหตุสมผลจะถูกกางออกมา สังคมไทยจะยังคงเฝ้าถามและตรวจสอบต่อไป เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าและความคลุมเครือ คือความยุติธรรมที่ถูกปฏิเสธ

วัส ติงสมิตร

นักวิชาการอิสระ

18/4/69