สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 61/2568 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568 มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมพวกรวม 6 ราย กรณีนำรายชื่อพนักงานเทศบาลมาบรรจุเป็นกำลังพล และจัดทำเอกสารเบิกจ่ายเงินอันเป็นเท็จ
เปิดพฤติการณ์นำชื่อพนักงานเทศบาลบรรจุกำลังพล
จากการไต่สวนพบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้สั่งการให้นำชื่อ นายชานน เนตรพรหม ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มาบรรจุเป็นกำลังพลในสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมี พันเอก เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง เป็นผู้ติดต่อ
ทั้งนี้ ตามผลการไต่สวนระบุว่า นายชานนไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่จริง และไม่ได้ดำเนินการบรรจุให้ถูกต้องตามระเบียบบริหารงานบุคคล
ต่อมา ผู้ถูกกล่าวหากลุ่มดังกล่าวได้ร่วมกันลงลายมือชื่อรับรองข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัย รวมทั้งสิ้น 18 ฎีกา โดยมีนายชานนลงลายมือชื่อเป็นผู้รับเงิน เพื่อนำเอกสารไปประกอบการเบิกจ่าย
ป.ป.ช. ชี้มูล 6 ราย
ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย
- พลเรือตรี วรพล สิทธิจิตต์
- พันเอก เดชพัฒน์ วิภาวนิช รองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายฯ
- พันเอก เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง
- พันเอก รชต ขันตรี หัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ
- พันโท สมพงศ์ วงศ์ทองดี รองหัวหน้าฝ่ายธุรการฯ
- นายชานน เนตรพรหม
ผลการไต่สวนระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวทำให้ กอ.รมน. และทางราชการได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 59,772 บาท
ชี้มูลความผิดอาญาและวินัยร้ายแรง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลผู้ถูกกล่าวหาที่ 1–5 ว่ามีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91 รวมถึงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบมาตรา 91
ส่วน นายชานน เนตรพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 รวมถึงตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 172 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91
นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ส่งสำนวนให้อัยการ ก่อนคดีเข้าสู่ศาล
สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย
ปัจจุบันผู้ถูกกล่าวหาได้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 59,772 บาท คืนให้แก่ กอ.รมน. แล้ว ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
#ปปช #กอรมนภาค4 #ทุจริตราชการ #กำลังพล #เบิกเงินเท็จ #ค่าเสี่ยงภัย #คดีทุจริต #ข่าววิหคนิวส์
