วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569
พลเรือตรี ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) พร้อมด้วยนายสนธิญา สวัสดี เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขอให้ตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ รวมถึงทรัพย์สินของนายกัน จอมพลัง และภรรยา
อดีตนายทหารตั้งข้อสงสัย ยอดช่วยเหลือทหาร 200 ล้าน
พลเรือตรี ชรัมม์ภากร กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ในฐานะพยาน เพื่อนำข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน รวมถึงประเด็นยอดเงินช่วยเหลือทหารจำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งของและการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น เสื้อเกราะ ตู้คอนเทนเนอร์ และการสร้างถนน
พลเรือตรี ชรัมม์ภากรระบุว่า จากการประเมินสิ่งของที่นำมามอบให้ในพื้นที่ มูลค่าที่ประเมินได้ไม่ถึงจำนวนดังกล่าว ส่วนการสร้างถนนนั้น เขากล่าวว่าชุมชนและภาคส่วนอื่นเป็นผู้ดำเนินการหลัก ขณะที่มูลนิธิฯ เข้ามาขอเปิดรับบริจาคภายหลัง
อดีตนายทหารรายนี้ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว จึงต้องการนำข้อมูลที่เห็นว่าเป็นข้อเท็จจริงไปมอบให้หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
“สนธิญา” จี้ตรวจบัญชีเงินบริจาค
ด้านนายสนธิญา สวัสดี กล่าวว่า ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ยังไม่ได้ชี้แจงข้อสงสัยต่อสาธารณะเกี่ยวกับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ชายแดนอย่างชัดเจน โดยตั้งคำถามว่าการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคหรือไม่
นายสนธิญาจึงขอให้ ปปง.ตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงิน หากไม่สามารถแสดงหลักฐานการใช้เงินได้อย่างชัดเจน ก็เห็นว่าควรตรวจสอบว่ามีเหตุเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่ เนื่องจากเป็นเงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชน
การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินและการใช้เงินบริจาค โดยข้อกล่าวอ้างและประเด็นต่าง ๆ ยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลการแถลงของพลเรือตรี ชรัมม์ภากร พรหมภากร และนายสนธิญา สวัสดี กรณียื่นหนังสือต่อ ปปง. วันที่ 21 ตุลาคม 2569
#กันจอมพลัง #มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ #ปปง #เงินบริจาค #ตรวจสอบทรัพย์สิน #ข่าวสังคม #VihokNews

