14 กันยายน 2569
🔥 เปิดเหตุผลชัด!
“ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. ออกโรงชี้แจงละเอียด หลังคดีฮั้วเลือก สว.ไม่มีนักการเมืองถูกส่งศาลแม้แต่รายเดียว
ระบุพยานสำคัญ 3 ปากกลับคำให้การ ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินไม่พบความผิดปกติ
แม้มีข้อมูลว่า กลุ่ม สว.ไปพบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “เนวิน ชิดชอบ” ที่โรงแรมพูลแมน
แต่ประธาน กกต.ยืนยันว่า ในสำนวนไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ว่าการพบกันครั้งนั้นเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
⚡ 3 พยานกลับคำ! สะเทือนข้อกล่าวหา 21 นักการเมือง
นายณรงค์ระบุว่า พยานสำคัญ 3 รายได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. ขอ กลับคำให้การ
โดยระบุว่า ข้อมูลที่เคยให้ไว้เกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหา 21 ราย
ทั้งเรื่องการเตรียมการ และเส้นทางการเงินนั้น ไม่เป็นความจริง
ประธาน กกต.ระบุว่า จากประสบการณ์ในฐานะผู้พิพากษากว่า 38 ปี การชั่งน้ำหนักพยานต้องพิจารณาความน่าเชื่อถืออย่างรอบด้าน
พร้อมชี้ว่า พยานทั้ง 3 รายมีปัญหาเรื่องน้ำหนักคำให้การมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากเข้ามาให้การหลังเกิดเหตุเป็นเวลานาน
🔥 เปิดประวัติพยาน 16/26 ชี้น้ำหนักคำให้การมีปัญหา
นายณรงค์ยังเปิดเผยถึง พยานรหัส 16/26
โดยระบุว่า จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 11 ปี ในคดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า 500 ล้านบาท
และยังมีประเด็นเรื่องการถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากคดีจริยธรรม
ประธาน กกต.จึงเห็นว่า เมื่อประกอบกับการกลับคำให้การและความขัดแย้งของพยานหลักฐาน ทำให้ไม่สามารถรับฟังได้อย่างมีน้ำหนักเพียงพอว่า ผู้ถูกกล่าวหากลุ่มดังกล่าวกระทำผิดตามข้อกล่าวหา
💰 แกะเส้นเงินแล้ว! กกต.ยันไม่พบความผิดปกติ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ เส้นทางการเงิน
ประธาน กกต.ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถูกกล่าวหาทุกคน ไม่พบความผิดปกติ
ส่วนข้อมูลการใช้โทรศัพท์นั้น แม้ตรวจพบว่ามีการโทรติดต่อกันจริง
แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สนทนาเรื่องอะไร
นายณรงค์อธิบายว่า ในบริบททางการเมือง หลังได้รับเลือกเป็น สว.ใหม่ การรวมกลุ่ม พบปะ หรือพูดคุยกันสามารถเกิดขึ้นได้
ดังนั้นเพียงข้อมูลการโทรติดต่อกัน ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นการกระทำผิด
🚨 ยอมรับมีพบ “อนุทิน-เนวิน” ที่พูลแมน แต่ไร้หลักฐานมัด
ประเด็นร้อนที่สุดอยู่ที่ข้อมูลว่า มีกลุ่ม สว.เดินทางไปประชุมที่ โรงแรมพูลแมน
และพบกับ
อนุทิน ชาญวีรกูล
รวมถึง
เนวิน ชิดชอบ
ประธาน กกต.ระบุว่า มีข้อมูลเรื่องการพบปะกันจริง
แต่ปัญหาสำคัญคือ ในสำนวนไม่มีรายละเอียดหรือหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า การพบกันนั้นเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. หรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
จึงไม่สามารถใช้เพียงการพบปะกันเป็นหลักฐานเอาผิดได้
⚖️ กกต.ยันชั่งน้ำหนักจาก “หลักฐานในสำนวน”
นายณรงค์ย้ำว่า การพิจารณาแต่ละข้อกล่าวหาต้องยึด พยานหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในสำนวน
แม้ไม่สามารถตอบแทน กกต.คนอื่นได้
แต่เชื่อว่าเสียงข้างมากของ กกต.ใช้ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ
💥 โต้เดือด! ไม่ได้ “ฟอกขาว” นักการเมือง
เมื่อถูกถามตรงๆ ว่า
การส่งศาลเพียงบางราย แต่ไม่มีนักการเมืองแม้แต่คนเดียว อาจถูกมองว่าเป็นการ “ฟอกขาว” ฝ่ายการเมืองหรือไม่
รวมถึงจะกระทบสำนวน อั้งยี่-ซ่องโจร ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI หรือไม่
ประธาน กกต.ยืนยันว่า เป็นคนละกระบวนการ
DSI ยังคงสามารถดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองต่อไปได้
🔥 มติชุด 26 ไม่ผูกมัด กกต.!
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ ความเห็นของ คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26
ซึ่งก่อนหน้านี้เสนอให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก
นายณรงค์ย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็น
ความเห็นชุดที่ 26
ความเห็นเลขาธิการ กกต.
หรือ ความเห็นคณะทำงานชุดที่ 36
ทั้งหมดเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
แต่ ไม่มีผลผูกมัด กกต.ทั้ง 7 คน
เพราะกรรมการแต่ละคนมีอำนาจใช้ดุลพินิจพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วยตัวเอง
พร้อมระบุว่า ตัวเขาเองก็ลงมติเห็นด้วยกับแนวทางของชุดที่ 26 ในหลายประเด็น มากกว่า 20–30 ประเด็น และจัดทำคำวินิจฉัยในประเด็นสำคัญด้วยตนเอง
📞 กกต.-DSI ยังเดินหน้าแกะเส้นเงิน-โทรศัพท์
ประธาน กกต.ยืนยันอีกว่า กกต.ไม่ได้ปฏิเสธข้อมูลจาก DSI
ตรงกันข้าม ที่ผ่านมาทั้งสองหน่วยงานทำงานร่วมกันมาโดยตลอด
โดยเฉพาะการตรวจสอบ
เส้นทางการเงิน
และ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์
ซึ่ง DSI มีส่วนช่วยรวบรวมหลักฐานให้คณะไต่สวนชุดที่ 26
รวมถึงในการประชุมวันที่ 28 สิงหาคม และการลงมติวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต.ยังประสานขอข้อมูลจาก DSI มาประกอบการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง
⚡ DSI ยังทำคดีต่อได้ ไม่จบตามมติ กกต.
สำหรับข้อกังวลว่า การยกคำร้องนักการเมืองในส่วนของ กกต.จะทำให้คดีอั้งยี่หรือฟอกเงินของ DSI อ่อนลงหรือไม่
นายณรงค์ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกัน
และการดำเนินคดีของ DSI สามารถเดินหน้าต่อได้ตามพยานหลักฐานและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน
🚨 คดีฮั้ว สว.ยังไม่ดับ! จากศึกหลักฐาน สู่ศึกความน่าเชื่อถือ กกต.
คำชี้แจงครั้งนี้จึงเปิดภาพสำคัญว่า เหตุที่นักการเมือง 21 รายไม่ถูกส่งศาล ตามมติ กกต.เสียงข้างมาก
มาจากการที่ กกต.เห็นว่า พยานสำคัญมีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ เส้นทางการเงินไม่พบความผิดปกติ และหลักฐานการพบปะหรือติดต่อกันยังไม่เพียงพอชี้ถึงการกระทำผิด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง
ข้อถกเถียงเรื่อง โพยเลือก สว. การโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน การรวมกลุ่ม และการพบฝ่ายการเมืองที่โรงแรมพูลแมน
ยังคงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ฝ่ายค้านเตรียมนำไปตรวจสอบต่อ
ศึกคดีฮั้ว สว.จึงยังไม่ปิดฉาก
แต่กำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า “ใครถูกส่งศาล”
ไปสู่การตรวจสอบหนักว่า กกต.ใช้มาตรฐานใดในการชั่งน้ำหนักหลักฐาน และเหตุใดฝ่ายการเมืองจึงไม่ถูกส่งเข้าสู่ศาลแม้แต่รายเดียว
#กกต #คดีฮั้วสว #ภูมิใจไทย #อนุทิน #เนวิน #พูลแมน #DSI #เลือกสว #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #ไทยโพสต์
