กรุงเทพฯ — วันที่ 17 สิงหาคม 2569
กรมราชทัณฑ์ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี นายเล่าต๋า แสนลี่ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายสำคัญ หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางบางขวางเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลของประชาชน
ราชทัณฑ์ยืนยันว่า การพ้นโทษครั้งนี้ ดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติหรือใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล
เปิดไทม์ไลน์ “เล่าต๋า” ตั้งแต่ถูกจับถึงวันพ้นโทษ
นายเล่าต๋าถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าจับกุมในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมเครือข่าย โดยในปฏิบัติการครั้งนั้นมีการตรวจยึดยาไอซ์ประมาณ 20 กิโลกรัม รวมถึงอาวุธและทรัพย์สินจำนวนมาก
คดีดังกล่าวต่อมาศาลอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ให้จำคุกตลอดชีวิต และกักขังแทนค่าปรับ 2.5 ล้านบาท ตามข้อมูลที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจง
ราชทัณฑ์ระบุว่า เนื่องจากเป็นการต้องโทษครั้งแรก จึงถูกจัดเป็นนักโทษเด็ดขาดเข้าใหม่ ชั้นกลาง ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับในขณะนั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญ “ประพฤติดี” จนเลื่อนชั้นเยี่ยม
กรมราชทัณฑ์ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำ นายเล่าต๋า ไม่ได้กระทำผิดวินัยของเรือนจำ และมีพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ดี
จึงได้รับการเลื่อนชั้นเป็น นักโทษชั้นเยี่ยมในปี 2565
จากนั้นได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 6 ครั้ง
- ครั้งที่ 1–2 ในปี 2563
- ครั้งที่ 3–4 ในปี 2564
- ครั้งที่ 5 ในปี 2568
- ครั้งที่ 6 ในปี 2569
นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ระบุว่า นายเล่าต๋าอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ อายุเกิน 70 ปี จึงได้รับการลดโทษตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ
หลังการพระราชทานอภัยโทษครั้งล่าสุด โทษที่เหลือถูกลดลงเหลือ 8 ปี 3 เดือน 28 วัน
เมื่อคำนวณระยะเวลาที่ถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 ถึง 14 สิงหาคม 2569 รวม 9 ปี 10 เดือน 8 วัน จึงเข้าสู่กระบวนการปล่อยตัวตามกฎหมาย
ราชทัณฑ์รับเสียงสังคม เตรียมทบทวนกฎหมายคดีร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมที่ตั้งคำถามต่อการพ้นโทษของอดีตผู้ต้องขังคดีสำคัญ ทำให้กรมราชทัณฑ์ระบุว่าจะ ทบทวนและเสนอแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ และกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารโทษ
โดยเฉพาะกลุ่ม
ผู้ต้องโทษประหารชีวิต
ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิต
ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์
และคดีที่สร้างผลกระทบหรือความสะเทือนขวัญต่อสังคม
เป้าหมายคือให้ระยะเวลาการลงโทษมีความเหมาะสมกับความร้ายแรงของความผิด และต้องคำนึงถึง ความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ของสังคมโดยรวม
หลังพ้นคุก ไม่ปล่อยให้หายไปจากสายตา
กรมราชทัณฑ์ยังระบุว่า ได้ประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาเสพติดและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อให้มีการ ติดตามพฤติการณ์ของนายเล่าต๋าหลังพ้นโทษ
ขณะที่ประวัติการจับกุมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 สะท้อนว่า คดีนี้เป็นปฏิบัติการใหญ่ของตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังติดตามเครือข่ายมานาน โดยมีการล่อซื้อยาไอซ์และเข้าจับกุมพร้อมเครือข่ายหลายราย
วันนี้ ราชทัณฑ์จึงยืนยันชัดเจนว่า “เล่าต๋า” พ้นโทษจากกระบวนการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ ไม่ใช่การปล่อยตัวโดยไม่มีขั้นตอน
แต่ในเวลาเดียวกัน เสียงสะท้อนจากประชาชนทำให้กรมราชทัณฑ์เตรียมนำกรณีนี้กลับไปทบทวนระบบการบริหารโทษ โดยเฉพาะคดีร้ายแรงที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง กรมราชทัณฑ์ / Thai PBS
