เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🚨 สะเทือน กกต.! ส่งศาล 77 จาก 427 ปมฮั้ว สว. ไร้ชื่อภูมิใจไทย จุดไฟวิกฤตศรัทธา

🚨 สะเทือน กกต.! ส่งศาล 77 จาก 427 ปมฮั้ว สว. ไร้ชื่อภูมิใจไทย จุดไฟวิกฤตศรัทธา

15 September 2026
3   0

15 กันยายน 2569

🔥 มติฮั้ว สว.ระเบิดแรงกระแทกกลับ กกต.!

หลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก ส่งผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.เข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง 77 ราย

แบ่งเป็น

สว. 26 ราย

ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 ราย

และ บุคคลอื่น 15 ราย

จากผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 427 ราย

แต่สิ่งที่กลายเป็นประเด็นร้อนทันที คือ ใน 77 รายนี้ ไม่มีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่มี สส. และไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ทำให้มติวันที่ 14 กันยายน ไม่ได้ปิดฉากคดี

แต่กลับเปิด “วิกฤตคำถาม” ลูกใหม่ พุ่งตรงเข้าใส่ กกต.

⚡ 77 คนถูกส่งศาล แต่คดียังไปไม่ถึง “ต้นน้ำ”

ต้องย้ำก่อนว่า ผู้ถูกส่งศาลทั้ง 77 ราย ยังไม่ใช่ผู้กระทำผิด

มติของ กกต.หมายถึง มีพยานหลักฐานเพียงพอให้ศาลฎีกาเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

ผู้ที่จะชี้ขาดสุดท้ายว่าใครผิดหรือไม่ผิด คือ ศาลฎีกา

แต่ปัญหาที่กำลังระเบิดในทางการเมืองคือ

หากหลักฐานสามารถสาวไปถึงผู้สมัคร ผู้เลือก และ สว.บางส่วนได้

เหตุใดจึง สาวไม่ถึงนักการเมือง พรรคการเมือง หรือผู้มีอำนาจที่เคยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่าย

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ กกต.ต้องเผชิญหลังมติครั้งนี้

💥 427 เหลือ 77! อีก 350 รายหลุดจากมติส่งศาล

ตัวเลขกำลังกลายเป็นประเด็นการเมืองเต็มตัว

จากผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง 427 ราย

เหลือเพียง 77 ราย ที่ กกต.มีมติส่งศาล

เท่ากับมีอีก 350 ราย ที่ไม่ถูกส่งเข้าสู่ศาลตามมติครั้งนี้

และยิ่งเมื่อนำไปเทียบกับข้อมูลก่อนหน้านี้ ที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เคยเสนอความเห็นเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย

ช่องว่างของตัวเลขยิ่งกลายเป็นคำถามหนัก

🔥 จาก 229 เหลือ 77 — ใครหายไปจากสำนวนส่งศาล

กระแสสังคมหลังจากนี้จึงไม่ได้จับตาเพียงว่า

77 รายจะถูกศาลตัดสินอย่างไร

แต่จะย้อนกลับไปตรวจสอบว่า

เหตุใดผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากจึงไม่ได้ถูกส่งศาล

โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับ เครือข่ายทางการเมือง

นี่คือแรงกดดันที่กำลังย้อนกลับเข้าสู่ กกต.โดยตรง

🚨 “ภูมิใจไทยไร้ชื่อ” กลายเป็นชนวนร้อนทันที

อีกจุดที่หนีไม่พ้นแรงกระแทกทางการเมือง คือ ไม่มีนักการเมืองระดับพรรคภูมิใจไทยอยู่ใน 77 ราย

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ซึ่งประกอบด้วยทั้ง สว. บุคคลอื่น และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง

แต่เมื่อมติสุดท้ายออกมา

ไม่มีกรรมการบริหารพรรค

ไม่มี สส.

ไม่มีรัฐมนตรี

ถูกส่งศาลในคดีส่วนนี้

ภาพที่เกิดขึ้นในทางการเมืองจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า

คดีไปถึงคนในกระบวนการบางส่วน แต่ยังไปไม่ถึงกลุ่มการเมืองที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจอยู่เหนือเครือข่าย

แม้ข้อกล่าวหาดังกล่าวจะยังต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานและกระบวนการกฎหมายก็ตาม

🔥 โซเชียลเดือด! อีโมจิโกรธถล่มระหว่าง กกต.แถลง

บรรยากาศระหว่างการถ่ายทอดสดแถลงผลของประธาน กกต.สะท้อนแรงกดดันได้อย่างชัดเจน

มีผู้ติดตามจำนวนมากกดอีโมจิแสดงความโกรธ

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ประชาชนต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนถูกลงโทษ

แต่อยู่ที่ข้อสงสัยว่า

เหตุใดคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นขบวนการขนาดใหญ่ สุดท้ายผู้ถูกส่งศาลกลับเป็นผู้สมัคร ผู้เลือก และ สว.เป็นหลัก

⚡ กระแส “ตัดตอนคดี” ปะทุอีกรอบ

ก่อนมติวันที่ 14 กันยายน หลายฝ่ายเคยเรียกร้องให้ กกต.อย่าแยกคดีออกเป็นส่วนๆ

แต่ให้ตรวจสอบไปถึงทั้ง

ผู้สมัคร

ผู้สนับสนุน

ผู้ประสานงาน

และ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง

เมื่อผลออกมาเหลือ 77 ราย และไม่มีฝ่ายการเมืองระดับพรรคถูกส่งศาล

กระแสตั้งคำถามเรื่อง “ตัดตอนคดี” จึงกลับมาร้อนแรงทันที

💣 จากคดีฮั้ว สว. ลามเป็นวิกฤตความน่าเชื่อถือ

คดีนี้ไม่ใช่เพียงคดีเลือกตั้งธรรมดา

เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ที่มาของวุฒิสภา

และ สว.ไม่ได้มีอำนาจเพียงการลงมติในรัฐสภา

แต่ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่ องค์กรอิสระและกลไกตรวจสอบอำนาจรัฐ

รวมถึงตัว กกต.เอง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่มติครั้งนี้กำลังกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าคดีของผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย

🚨 องค์กรตรวจเลือกตั้ง เจอศึกตรวจสอบความสุจริตเสียเอง

หากสังคมเกิดความรู้สึกว่า เครือข่ายทางการเมืองสามารถเข้าไปมีอิทธิพลต่อโครงสร้างอำนาจ

ขณะที่องค์กรอิสระกลับไม่สามารถสาวคดีไปถึงผู้มีอำนาจที่ถูกกล่าวหาได้

ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่คดีฮั้ว สว.

แต่จะกระทบโดยตรงต่อ ความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบทั้งระบบ

โดยเฉพาะ กกต. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง

วันนี้จึงกำลังถูกย้อนตรวจสอบว่า

การใช้อำนาจของ กกต.เอง มีมาตรฐาน โปร่งใส และอธิบายต่อสังคมได้มากเพียงใด

🔥 14 ก.ย.ไม่ใช่วันปิดคดี แต่คือวันเปิดศึก กกต.เต็มตัว

มติส่งศาล 77 จาก 427 ราย

พร้อมการไม่มีชื่อกรรมการบริหารพรรค สส. หรือรัฐมนตรีอยู่ในกลุ่มถูกส่งศาล

จึงไม่ได้ทำให้มหากาพย์ฮั้ว สว.สงบลง

ตรงกันข้าม

มันกำลังเปลี่ยนจาก คดีตรวจสอบการได้มาซึ่ง สว.

ไปสู่ คดีความน่าเชื่อถือขององค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้ง

จากนี้แรงกดดันจึงไม่ได้อยู่แค่ 77 รายในศาลฎีกา

แต่จะย้อนกลับมาอยู่ที่ กกต.ทั้งองค์กร

ว่าจะอธิบายช่องว่างระหว่าง 427 – 229 – 77

และตอบข้อสงสัยเรื่องฝ่ายการเมืองที่ไม่ถูกส่งศาลได้ชัดเจนเพียงใด

เพราะศึกหลังวันที่ 14 กันยายน อาจไม่ใช่แค่ “ใครฮั้ว สว.”

แต่คือศึกใหญ่เรื่อง ความไว้วางใจต่อระบบตรวจสอบของประเทศ

#กกต #คดีฮั้ว #ภูมิใจไทย #ณรงค์ #สว #เลือกสว #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #MGR Online