นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงภายหลังเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์บริเวณแยกอโศก-มักกะสัน จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยสั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางลดหรือยกเลิกขบวนรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุซ้ำรอย
เบื้องต้น แนวคิดดังกล่าวจะให้รถไฟสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง ส่วนสายใต้และสายตะวันตกอาจสิ้นสุดที่ตลิ่งชัน ก่อนเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง, Airport Rail Link และรถโดยสารสาธารณะแทน
นายพิพัฒน์ ระบุว่า หากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟผ่านจุดตัดในกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เยียวยาผู้เสียหาย และยกระดับมาตรการความปลอดภัยทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม หลังการแถลงข่าว กระแสในโลกออนไลน์กลับเดือดทันที ชาวเน็ตจำนวนมากออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยหลายคนมองว่าเป็นการ “แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ” มากกว่าจัดการต้นตอจริงของปัญหา
บางความเห็นระบุว่า
“แก้ปัญหา = ไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ากรุงเทพ?”
ขณะที่อีกส่วนตั้งคำถามว่า “ถ้ารถไฟไม่เข้ากรุงเทพ แล้วประชาชนจะเดินทางอย่างไร” และมองว่ารัฐควรเร่งลงทุนระบบไม้กั้นอัตโนมัติ สัญญาณเตือน และเทคโนโลยี AI มากกว่าลดบทบาทระบบราง
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนแสดงความกังวลว่า หากยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพฯ จริง อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่พึ่งพารถไฟเป็นหลักในการเดินทางเข้าตัวเมือง
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังสั่งเข้มมาตรการเร่งด่วน ทั้งตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์พนักงานขับรถทุกวัน เพิ่มความเข้มงวดจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยคาดว่าจะสรุปผลภายใน 15 วัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
