18 กรกฎาคม 2569
สถานการณ์ด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทยยังส่งผลกระทบต่อการบริหารกำลังพลของกองทัพบกอย่างต่อเนื่อง หลัง พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เปิดเผยต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า งบประมาณด้านกำลังพลของหน่วยปฏิบัติการชายแดนสำคัญถูกจัดสรรลดลงรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
เสนาธิการทหารบกระบุว่า งบประมาณของ กองทัพภาคที่ 1 ในส่วนกองกำลังบูรพา และ กองทัพภาคที่ 2 ในส่วนกองกำลังสุรนารี ได้รับการจัดสรรลดลง แม้ว่าภารกิจด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนยังมีความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง
พลเอกชัยพฤกษ์อธิบายว่า ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่ผ่านมา กองทัพบกไม่ได้ใช้กำลังเฉพาะกองทัพภาคที่ 2 เท่านั้น แต่ยังต้องขอกำลังสนับสนุนจาก กองทัพภาคที่ 1 ในพื้นที่กาญจนบุรีและสระบุรี รวมถึง กองทัพภาคที่ 3 จากพื้นที่ภาคเหนือ เข้าร่วมภารกิจเสริมกำลัง ทำให้จำนวนกำลังพลที่ปฏิบัติงานจริงสูงกว่าอัตรากำลังประจำของกองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพา
เพื่อรองรับภารกิจดังกล่าว กองทัพบกได้วางแนวทางแก้ไขไว้ 3 แนวทาง ได้แก่
- แปรญัตติเพิ่มงบประมาณ เนื่องจากเห็นว่าเป็นภารกิจจำเป็นด้านความมั่นคงของประเทศ
- หากไม่ได้รับการแปรญัตติ จะ เสนอของบประมาณกลาง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติภารกิจ
- หากยังไม่ได้รับงบเพิ่มเติม อาจจำเป็นต้อง ปรับลดจำนวนกำลังพล ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ โดยจะประเมินสถานการณ์ภัยคุกคามในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า เพื่อกำหนดความจำเป็นในการคงกำลังพลในพื้นที่
ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้กองทัพต้องเพิ่มกำลังและเสริมมาตรการรักษาความมั่นคงในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
