เรื่องราวของ คอลตัน แฮร์ริส-มัวร์ หรือที่สื่อสหรัฐฯ รู้จักกันในชื่อ “Barefoot Bandit” หรือ “โจรเท้าเปล่า” กลายเป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่โด่งดังที่สุดของสหรัฐอเมริกา หลังจากเด็กหนุ่มผู้เติบโตท่ามกลางปัญหาครอบครัว สามารถหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ได้นานหลายปี พร้อมก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่
รายงานระบุว่า แฮร์ริส-มัวร์เริ่มมีประวัติก่อเหตุบุกรุกบ้านพัก ลักทรัพย์ ขโมยรถยนต์ และเรือ ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนที่ชื่อของเขาจะกลายเป็นข่าวใหญ่จากการขโมยเครื่องบินขนาดเล็กหลายลำ ทั้งที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตนักบินอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับสังคมอเมริกัน คือการที่เขาอาศัยการศึกษาด้วยตนเองผ่านหนังสือคู่มือการบิน วิดีโอสอน และโปรแกรมจำลองการบิน จนสามารถนำความรู้ไปใช้กับเครื่องบินจริง และใช้เป็นช่องทางหลบหนีการจับกุมหลายครั้ง
ตลอดช่วงเวลาการหลบหนีกว่า 2 ปี เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานต้องร่วมกันติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบเพียงร่องรอยที่เชื่อมโยงกับคดี โดยเฉพาะรอยเท้าเปล่าที่ถูกทิ้งไว้ตามสถานที่เกิดเหตุหลายแห่ง จนกลายเป็นที่มาของฉายา “โจรเท้าเปล่า”
ท้ายที่สุด การหลบหนีสิ้นสุดลงในปี 2010 เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเขาได้ที่ประเทศบาฮามาส ขณะพยายามหลบหนีด้วยเรือที่ถูกขโมยมา ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมรับผิดในหลายข้อหาและถูกตัดสินจำคุกในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์บางส่วนซึ่งอ้างว่าเขาขโมยเครื่องบินมากถึง 80 ลำนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางคดีที่ได้รับการยืนยัน โดยจำนวนเครื่องบินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มีน้อยกว่าที่มีการกล่าวอ้างอย่างมาก
แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่เรื่องราวของ “โจรเท้าเปล่า” ยังคงถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่แปลกและน่าทึ่งที่สุดของสหรัฐอเมริกา เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งสามารถเรียนรู้ทักษะการบินด้วยตนเอง และหลบหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ได้อย่างยาวนาน จนกลายเป็นตำนานคดีดังที่ยังถูกนำมาถ่ายทอดผ่านหนังสือและสารคดีมาจนถึงปัจจุบัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : หนังสือ The Barefoot Bandit: The True Tale of Colton Harris-Moore และรายงานข่าวจากสื่อสหรัฐอเมริกา
#โจรเท้าเปล่า #BarefootBandit #ColtonHarrisMoore #คดีดังอเมริกา #อาชญากรรม #ข่าวต่างประเทศ #เรื่องจริงยิ่งกว่าหนัง #สำนักข่าววิหคนิวส์
