สระแก้ว – ชาวบ้านในพื้นที่บ้านอ่างศิลา และบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ร้องเรียนหน่วยงานความมั่นคง หลังพบชาวกัมพูชานำรถไถเข้ามาไถพื้นที่ทำนาในเขตฝั่งไทย บริเวณแนวชายแดนหลักเขตแดนที่ 48-49 ใกล้แนว “เส้นสีแดง” พื้นที่อ้างสิทธิ ส่งผลให้พื้นที่กว่า 10 ไร่ได้รับผลกระทบ สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านและเจ้าของที่ดินในพื้นที่
หลังได้รับแจ้ง กองร้อยทหารพรานที่ 1205 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมสั่งให้กลุ่มชาวกัมพูชายุติการไถนาและนำรถไถออกจากพื้นที่ทันที
ระหว่างการตรวจสอบ มีทหารกัมพูชาเข้ามาโต้แย้งว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ชาวกัมพูชาใช้ประโยชน์มานานแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้แสดงข้อมูลพิกัด GPS และภาพถ่ายแนวเส้นสีแดง ซึ่งยืนยันว่าพื้นที่ที่มีการไถนาอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย และล้ำเกินแนวพื้นที่ตามข้อตกลง MOU 43 จึงสั่งให้ยุติการดำเนินการทั้งหมด
แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงชั่วคราว แต่ชาวบ้านยังคงกังวลว่าเหตุลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นอีก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบโล่ง ไม่มีแนวรั้วหรือสิ่งกีดขวางที่ชัดเจน ทำให้สามารถข้ามไปมาได้ง่าย
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานาน โดยเฉพาะบริเวณแนว “เส้นสีแดง” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กัมพูชาใช้อ้างสิทธิทับซ้อนบางส่วน ตามข้อตกลง MOU 43 กำหนดให้เป็นพื้นที่รอการเจรจาร่วมกัน และห้ามทั้งสองฝ่ายเข้าใช้ประโยชน์หรือทำกินในพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกลับพบว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาทำการเกษตรในพื้นที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่บริเวณบ้านอ่างศิลาไปจนถึงบ้านป่าไร่ พร้อมอ้างสิทธิ
เป็นพื้นที่ของตนเอง จนเกิดข้อพิพาทกับชาวบ้านไทยเป็นระยะ
ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง ทั้งการสร้างแนวกำแพงหรือรั้วกั้นถาวร เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และลดปัญหาความมั่นคงชายแดน
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความกังวลว่า พื้นที่ชายแดนที่ไม่มีแนวป้องกันชัดเจน อาจกลายเป็นช่องทางลักลอบขนสินค้าเถื่อน การค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยตรง
สำนักข่าววิหคนิวส์
