3 กันยายน 2569
เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการความมั่นคง หลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินหน้าเป็นประธานเปิดโครงการ “ความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เสริมพัฒนาศักยภาพกำลังพลด้านปัญญาประดิษฐ์” พร้อมส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กำลังจู่โจมโลกดิจิทัล
สาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงกลาโหมต้องลุกขึ้นมาปฏิรูปศักยภาพกำลังพลในครั้งนี้ เกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการสงครามไซเบอร์ ซึ่งข้อมูลสำคัญทั้งของบุคคล องค์กร และประเทศชาติ กลายเป็นวัตถุดิบทางยุทธศาสตร์ที่มีมูลค่ามหาศาล พล.ท.อดุลย์ ได้ย้ำประโยคเด็ดฟันธงกลางงานว่า “ใครได้ข้อมูลไป คนนั้นครองโลก” พร้อมจี้ให้กำลังพลคิดก่อนคลิก และไตร่ตรองก่อนแชร์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังมีการยกตัวอย่างความเสี่ยงขั้นสงครามจากเทคโนโลยีโดรน FPV ร่วมกับระบบ Swarm Drones ที่สามารถสแกนใบหน้าและทะเบียนรถเพื่อระบุเป้าหมายสังหารได้อย่างแม่นยำ หากไร้ซึ่งกฎหมายและจริยธรรมควบคุม เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนจากอุปกรณ์ความมั่นคงกลายเป็นอาคารมฤตยูฆ่าชีวิตมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ รมว.กลาโหม ยังเตือนสติถึงพลังของสื่อโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบันว่า การกระทำที่ไม่เหมาะสมของกำลังพลเพียงไม่กี่คน อาจถูกนำไปขยายผลทำลายศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพได้ในพริบตา ดังนั้นแม้กองทัพจะไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้ แต่การ “รู้เท่าทัน” จะเป็นเครื่องมือเดียวที่ตัดสินว่า AI จะถูกใช้สร้างอนาคตหรือนำไปสู่ภัยพิบัติของชาติ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายงานข่าวและถ้อยแถลงจากการเปิดโครงการความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ กระทรวงกลาโหม วันที่ 3 กันยายน 2569
#วิหคนิวส์ #เทิดศักดิ์ #อดุลย์บุญธรรมเจริญ #กระทรวงกลาโหม #ภัยไซเบอร์ #CyberSecurity #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #โดรน #FPV #SwarmDrone #กองทัพไทย #ความมั่นคง #เทคโนโลยี #ข่าวความมั่นคง #VihokNews
