24 สิงหาคม 2569 ตลาดพลังงานโลกเข้าสู่ภาวะตึงเครียดอีกครั้ง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน ยกระดับ ขณะที่ความเสี่ยงบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มส่งผลชัดเจนต่อตลาดน้ำมันในเอเชีย
ประเด็นที่น่าจับตาไม่ได้มีเพียงปริมาณ น้ำมันดิบ ที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ตลาดเอเชียเริ่มเผชิญปัญหา น้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว โดยข้อมูลที่มีการรายงานระบุว่า การนำเข้าน้ำมันกลุ่ม Light และ Middle Distillates ของเอเชียในเดือนสิงหาคม ลดลงประมาณ 21% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิดความขัดแย้ง
ขณะเดียวกัน ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลในสิงคโปร์พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 71.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคอย่างชัดเจน
ด้านสหรัฐฯ เตรียมเดินหน้ามาตรการ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณตอบโต้ว่า หากมาตรการถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง อาจ จำกัดหรือหยุดการส่งออกน้ำมัน ซึ่งจะเพิ่มแรงกระแทกต่อตลาดพลังงานโลกทันที
แม้การเจรจาระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่านผ่านช่องทางโอมาน มีความคืบหน้า แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย ทำให้สถานการณ์ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
หากความตึงตัวของน้ำมันสำเร็จรูปในเอเชียยืดเยื้อ ประกอบกับความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านและเส้นทางฮอร์มุซ ผลกระทบอาจลามตั้งแต่ ราคาน้ำมัน ดีเซล ค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต ไปจนถึงราคาสินค้าและเงินเฟ้อ
ประเทศไทยจึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกสามารถส่งผ่านมายังต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพของคนไทยได้โดยตรง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Reuters
#ฮอร์มุซ #ช่องแคบฮอร์มุซ #น้ำมันโลก #น้ำมันสำเร็จรูป #ดีเซล #สหรัฐฯ #อิหร่าน #คว่ำบาตร #ราคาน้ำมัน #พลังงานโลก #เศรษฐกิจโลก #ประเทศไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์
