21 สิงหาคม 2569 — นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยระหว่างปฏิบัติภารกิจที่กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ว่า รัฐบาลยังไม่เห็นสัญญาณว่าผู้ผลิตญี่ปุ่นกำลังถอนฐานการผลิตออกจากประเทศไทย พร้อมย้ำว่าต้องรักษาความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตมายาวนาน
นายอนุทินระบุว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตของไทยอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่เครื่องยนต์ ตัวถัง แชสซี ไปจนถึงระบบและชิ้นส่วนต่าง ๆ จึงเป็นฐานอุตสาหกรรมที่รัฐบาลต้องดูแลควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนใหม่
ประเด็นสำคัญล่าสุดคือ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทบทวนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์จากประเทศต่าง ๆ เพื่อให้การแข่งขันมีความเป็นธรรม และไม่ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นเสียเปรียบในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่ารัฐบาลจะปรับมาตรการใด หรือปรับในรูปแบบใดอย่างเป็นทางการ ดังนั้นสถานะล่าสุดคือ “สั่งทบทวนมาตรการ” ยังไม่ใช่การแก้กติกา EV แล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่โครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว หลังผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ โดยเฉพาะจากจีน เข้ามาลงทุนตั้งฐานผลิตในประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานเดิมของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยกำลังปรับตัวเข้าสู่รถไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2564 ถึงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทญี่ปุ่นยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,380 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 396,000 ล้านบาท
ผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่นในไทยจำนวน 504 บริษัท พบว่า 23% มีแผนเพิ่มการลงทุนในปี 2569 ขณะที่ 48% มีแผนรักษาระดับการลงทุนเดิม
ในกลุ่ม 432 บริษัทที่ตอบรายละเอียดแผนลงทุน พบว่า 59% มีแผนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ 31% เตรียมปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร และ 22% วางแผนลงทุนด้าน Digital Transformation
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ผู้บริหาร Mitsubishi Motors เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมแจ้งแผนลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยประมาณ 16,000 ล้านบาทจนถึงปี 2573 เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
นายอนุทินยังระบุว่า เงินลงทุนต่างประเทศที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 530,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่เห็นสัญญาณการย้ายฐานการผลิตออกจากไทยในวงกว้าง
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รัฐบาลจะทบทวนมาตรการ EV ส่วนใด และจะออกแบบกติกาอย่างไรให้รักษาฐานการผลิตเดิม พร้อมเปิดพื้นที่ให้การลงทุนใหม่แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้กระทบเฉพาะค่ายรถ แต่เชื่อมโยงถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์ แรงงาน การส่งออก และฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง:
Khaosod English
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี / รัฐบาลไทย
#วิหคนิวส์ #อนุทิน #EV #รถยนต์ไฟฟ้า #รถยนต์ญี่ปุ่น #อุตสาหกรรมยานยนต์ #ลงทุนไทย #BOI #เศรษฐกิจไทย #รถจีน
