ข่าวประจำวัน » เฮ้ย มิน่าละ !! แฉแฟ้มกฎพักโทษ “ยุคสมศักดิ์” แก้ใหญ่ ตัดเงื่อนไขนักโทษครั้งแรกทิ้ง ทักษิณ-เลาต๋า พลิกได้ประโยชน์

เฮ้ย มิน่าละ !! แฉแฟ้มกฎพักโทษ “ยุคสมศักดิ์” แก้ใหญ่ ตัดเงื่อนไขนักโทษครั้งแรกทิ้ง ทักษิณ-เลาต๋า พลิกได้ประโยชน์

18 August 2026
40   0

กรุงเทพฯ — เปิดเอกสารราชการย้อนรอยกฎพักโทษ พบการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น

จุดเริ่มต้นอยู่ที่ กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 14 มกราคม 2563 และใช้เป็นกรอบสำคัญในการพิจารณาสิทธิประโยชน์ การลดวันต้องโทษ และการพักการลงโทษของนักโทษเด็ดขาด (ราชกิจจานุเบกษา)

ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2564

วันที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 ตามที่ กระทรวงยุติธรรมเสนอ

เอกสารของรัฐบาลระบุเหตุผลสำคัญของการแก้ไขว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาผู้ต้องขังจำนวนมากและความแออัดในเรือนจำ รวมถึงต้องการขยายโอกาสให้นักโทษเด็ดขาดบางกลุ่มเข้าสู่กระบวนการพักการลงโทษได้มากขึ้น

ที่สำคัญ เอกสาร ครม.ระบุถึงการ ขยายโอกาสให้นักโทษเด็ดขาดซึ่งกระทำผิดซ้ำสามารถเสนอขอพักการลงโทษในกรณีปกติได้

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของกฎชุดนี้

ข้อ 41 ถูกยกเลิกทั้งข้อ

กฎกระทรวงปี 2562 เดิมมี ข้อ 41 กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับนักโทษที่จะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีปกติ โดยมีหลักสำคัญเกี่ยวกับการเป็นผู้ต้องโทษจำคุกครั้งแรก

แต่เมื่อแก้ไขในปี 2564 สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนถ้อยคำเล็กน้อย

ข้อ 41 ถูกยกเลิกทั้งข้อ

ราชกิจจานุเบกษาระบุชัดว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 ให้ยกเลิกข้อ 41 ของกฎกระทรวงเดิม (ราชกิจจานุเบกษา)

ผลสำคัญคือ เงื่อนไขเดิมที่จำกัดการพักโทษกรณีปกติไว้กับนักโทษที่ต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรก ถูกนำออกจากระบบข้อกำหนดดังกล่าว

และนี่สอดคล้องกับเหตุผลที่กระทรวงยุติธรรมเสนอร่าง ซึ่งระบุถึงการเปิดโอกาสให้ ผู้กระทำผิดซ้ำ เข้าสู่การพิจารณาพักการลงโทษกรณีปกติได้

ข้อ 42 ถูกเปลี่ยนอีกชั้น

เดิมหลักเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติผูกกับระดับชั้นของนักโทษ โดยข้อมูลของกรมราชทัณฑ์อธิบายหลักเดิมว่า

ชั้นเยี่ยม เหลือโทษไม่เกิน 1 ใน 3

ชั้นดีมาก เหลือโทษไม่เกิน 1 ใน 4

ชั้นดี เหลือโทษไม่เกิน 1 ใน 5 (กรมประชาสัมพันธ์)

แต่กฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 เปลี่ยนข้อความใน ข้อ 42 ใหม่ โดยกำหนดว่า

“นักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไป”

อาจได้รับการพักการลงโทษกรณีปกติ ไม่เกินหนึ่งในสามของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด

และหากมีการพระราชทานอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด (ราชกิจจานุเบกษา)

พูดให้เข้าใจง่ายคือ

เกณฑ์ถูกขยายจาก “ชั้นดีขึ้นไป” มาเป็น “ชั้นกลางขึ้นไป”

พร้อมกับกำหนดเพดานพักโทษกรณีปกติไว้ที่ ไม่เกิน 1 ใน 3

นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อกลุ่มนักโทษที่สามารถเข้าสู่กระบวนการพักโทษโดยตรง

ใครเป็นผู้ผลักดัน?

ไทม์ไลน์เอกสารราชการชัดเจน

4 มกราคม 2564
คณะกรรมการราชทัณฑ์พิจารณาและเห็นชอบร่างแก้ไข

30 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น.
ครม.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อนุมัติหลักการร่างตามที่ กระทรวงยุติธรรมเสนอ

จากนั้นเข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาทางกฎหมาย

23 พฤศจิกายน 2564
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงนามในกฎกระทรวงฉบับแก้ไข ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

3 ธันวาคม 2564
กฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา)

ดังนั้นลำดับอำนาจที่ปรากฏในเอกสารคือ

คณะกรรมการราชทัณฑ์ → กระทรวงยุติธรรม → ครม. → กระบวนการตรวจร่าง → รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงนาม → ราชกิจจานุเบกษา

จุดสำคัญกับกรณีทักษิณ

กฎฉบับนี้ประกาศใช้ตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2564

ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม 2566

จึงเป็นข้อเท็จจริงว่า กฎฉบับแก้ไขปี 2564 มีผลบังคับใช้อยู่ก่อนทักษิณกลับประเทศไทย

แต่ต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อกล่าวหา

เอกสารราชการที่ตรวจสอบได้ ไม่ได้ระบุว่าการแก้กฎทำขึ้นเพื่อบุคคลใดโดยเฉพาะ

เหตุผลอย่างเป็นทางการที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ คือการแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำ การฟื้นฟูผู้ต้องขัง และการขยายโอกาสให้ผู้กระทำผิดซ้ำสามารถเข้าสู่การพิจารณาพักโทษกรณีปกติได้

ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ฟันธงได้คือ

รัฐบาลประยุทธ์เป็นรัฐบาลที่แก้กฎครั้งสำคัญ

กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอร่าง

สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีผู้ลงนาม

ข้อ 41 ถูกยกเลิก

ข้อ 42 ถูกเขียนใหม่

และ เกณฑ์พักโทษกรณีปกติถูกขยายจากนักโทษชั้นดีขึ้นไป เป็นชั้นกลางขึ้นไป

ส่วนการจะกล่าวว่า “แก้กฎเพื่อช่วยทักษิณ” ยังไม่มีเอกสารต้นทางที่พิสูจน์เจตนาดังกล่าว จึงไม่ควรนำข้อสันนิษฐานมาเขียนเป็นข้อเท็จจริง

ที่สำคัญ การแก้กฎนี้ ไม่ได้เปลี่ยนคำพิพากษาของศาล แต่เป็นการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ฝ่ายบริหารที่ใช้พิจารณาสิทธิประโยชน์หลังมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ทำให้ผู้ต้องขังไม่จำเป็นจะต้องติดคุกตามจำนวนที่ศาลได้พิพากษาโดยกรมราชทัณฑ์จะมีอำนาจมากกว่าศาล

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง
ราชกิจจานุเบกษา, กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2564, เอกสารมติคณะรัฐมนตรี และข้อมูลกรมราชทัณฑ์ (ราชกิจจานุเบกษา)

วิหคนิวส์

กฎพักโทษ

กรมราชทัณฑ์

กระทรวงยุติธรรม

ประยุทธ์จันทร์โอชา

สมศักดิ์เทพสุทิน

ทักษิณชินวัตร

พักการลงโทษ

กฎหมายราชทัณฑ์

ราชกิจจานุเบกษา