ข่าวประจำวัน » ถึงขั้นประหาร!! จีนเพิ่มข้อหา “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อ Prince Group โลกไล่ยึดทรัพย์ เอี่ยว 2 พรรคใหญ่ในไทย

ถึงขั้นประหาร!! จีนเพิ่มข้อหา “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อ Prince Group โลกไล่ยึดทรัพย์ เอี่ยว 2 พรรคใหญ่ในไทย

30 July 2026
48   0

30 กรกฎาคม 2569 — มหากาพย์ปราบอาชญากรรมข้ามชาติสะเทือนเอเชียเข้าสู่ช่วงเข้มข้น เมื่อคดีของ เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งและประธาน Prince Holding Group กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในกัมพูชา ถูกทางการจีนเดินหน้าดำเนินคดีอย่างหนัก หลังถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และฟอกเงินขนาดมหึมา ก่อนถูกกัมพูชาจับและส่งกลับจีนเมื่อต้นปี 2569

ล่าสุด 27 กรกฎาคม 2569 มีรายงานอ้างนิตยสารธุรกิจ Caixin ว่า อัยการจีนปรับข้อกล่าวหาในคดี โดยเพิ่มข้อหา ละเมิดลิขสิทธิ์และทำร้ายร่างกายโดยเจตนา

ข้อหาหลังนี่เองที่ทำให้คดีร้อนขึ้นทันที!

เพราะตามกฎหมายอาญาจีน หากการทำร้ายโดยเจตนาทำให้เกิดบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิต หรือกระทำด้วยวิธีโหดร้ายในเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โทษสามารถไต่ระดับจาก จำคุกไม่น้อยกว่า 10 ปี จำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงประหารชีวิต

แต่ต้องย้ำว่า เฉิน จื้อยังไม่ได้ถูกศาลจีนพิพากษาประหารชีวิต ข่าวที่ถูกต้องคือข้อหาใหม่มี “โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต” หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดและเข้าองค์ประกอบโทษขั้นสูงสุด

จากมหาเศรษฐีทรงอิทธิพล สู่ผู้ต้องหาคดีข้ามชาติ

ก่อนชีวิตพลิก เฉิน จื้อสร้าง Prince Holding Group ขึ้นเป็นอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ในกัมพูชา

ตัวกลุ่มบริษัทระบุว่าธุรกิจหลักครอบคลุมตั้งแต่ อสังหาริมทรัพย์ การเงิน และบริการผู้บริโภค โดยมี Prince Real Estate Group, Prince Huan Yu Real Estate Group และ Prince Bank เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจ

แต่ภาพอีกด้านถูกเปิดออกครั้งใหญ่เมื่อ 14 ตุลาคม 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวหาเฉิน จื้อและเครือข่าย Prince Group ว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลงทุนคริปโตหรือ “Pig Butchering” และการฟอกเงิน โดยมีข้อกล่าวหาว่าศูนย์สแกมบางแห่งใช้แรงงานที่ถูกบังคับ

Prince Group เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ โดยระบุว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล และแสดงความเชื่อว่าจะได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์

มกราคม 2569 จุดพลิก! กัมพูชาจับส่งกลับจีน

หลังแรงกดดันจากนานาชาติพุ่งสูงขึ้น กัมพูชาจับเฉิน จื้อและบุคคลอีก 2 ราย ก่อนส่งตัวให้จีนช่วงต้นเดือน มกราคม 2569

Caixin รายงานว่าเฉินถูกนำตัวจากกรุงพนมเปญกลับจีนเมื่อ 8 มกราคม 2569 ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตรงกันว่าการส่งตัวเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคม ไม่ใช่วันที่ 6 กรกฎาคมตามข้อมูลที่แชร์กันบางแห่ง

จากมหาเศรษฐีที่เคยมีธุรกิจครอบคลุมหลายประเทศ เฉิน จื้อจึงกลายเป็นผู้ถูกควบคุมตัวในจีน และถูกสอบสวนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเต็มรูปแบบ

ทรัพย์มหาศาลถูกไล่ล่าทั่วโลก

คดีนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่จีน

สหรัฐฯ อังกฤษ สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างมีมาตรการต่อทรัพย์สินหรือเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ Prince Group โดยสหรัฐฯ เคยดำเนินการริบ Bitcoin 127,271 BTC ซึ่งในขณะยื่นคดีมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการริบคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

นี่จึงไม่ใช่คดีสแกมเมอร์ระดับแก๊งธรรมดา แต่เป็นการตรวจสอบโครงสร้างเงิน ธุรกิจ และทรัพย์สินข้ามประเทศ

ไทยก็เจอร่องรอยธุรกิจเชื่อมโยง

ประเทศไทยเองเคยถูกจับตามองจากข้อมูลด้านธุรกิจ

Thai PBS เคยตรวจสอบพบข้อมูลว่าเครือข่ายธุรกิจที่ใช้ชื่อ Prince International มีสำนักงานในกรุงเทพฯ และมีข้อมูลเชื่อมโยงทางธุรกิจกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Prince Real Estate Group

เว็บไซต์ PHIN Group เองก็ระบุว่ามีฐานปฏิบัติการใน กรุงเทพฯ ผ่าน Prince International และเคยระบุชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยบางแห่งในฐานะ “strategic partners”

แต่ประเด็นนี้ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะหลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย 3 แห่งเคยออกมาปฏิเสธความเชื่อมโยงหรือการทำธุรกรรมกับเฉิน จื้อและ Prince Holding Group

ดังนั้น การปรากฏชื่อบริษัทหรือโครงการในเอกสารประชาสัมพันธ์ของอีกฝ่าย ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการฟอกเงิน

ปปง.ไทยเดินหน้าคดีทรัพย์สินกว่า 13,074 ล้านบาท แต่ไม่ใช่ของ “เฉิน จื้อ” ทั้งหมด

อีกตัวเลขที่ต้องแก้ให้ชัดคือ 13,074 ล้านบาท

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติส่งอัยการดำเนินการกับทรัพย์สินใน 4 คดีสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงและสแกมเมอร์ รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท

ดังนั้น เงินทั้งหมด 13,074 ล้านบาท ไม่ใช่ทรัพย์สินของเฉิน จื้อรายเดียว

ต่อมาศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองทรัพย์สินไว้ชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี เนื่องจากเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าอาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายทรัพย์สิน

นี่คือจุดสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังใช้กระบวนการทางกฎหมายติดตามทรัพย์สินของเครือข่ายสแกมเมอร์หลายคดี ไม่ใช่เพียงการกล่าวหาบนโลกออนไลน์

ปม “นักการเมืองไทย” ต้องสาวด้วยหลักฐาน

อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ กระแสข่าวเกี่ยวกับ นักการเมืองไทยและเครือข่ายเว็บพนัน–สแกมเมอร์

ต้นปี 2569 มีรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อมูลนักการเมืองไทยหลายรายที่ถูกตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันและสแกมเมอร์

แต่จนถึงข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ยังไม่มีหลักฐานทางการเพียงพอให้สำนักข่าววิหคนิวส์ฟันธงว่า

“เฉิน จื้อฟอกเงินผ่าน 2 พรรคการเมืองใหญ่ของไทย”

หรือระบุว่าพรรคการเมืองใดรับเงินหรือร่วมขบวนการกับ Prince Group

เรื่องนี้ต้องแยก “ความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการพบปะ” “ข้อกล่าวหาทางการเมือง” และ “การร่วมกระทำความผิด” ออกจากกันอย่างเด็ดขาด

หาก ปปง. ตำรวจ อัยการ หรือศาลพบเส้นเงินเชื่อมไปถึงนักการเมืองหรือพรรคใดจริง ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน ก็ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย

แต่ก่อนถึงวันนั้น การเขียนว่าพรรคใด “ร่วมฟอกเงิน” โดยไม่มีหลักฐาน ย่อมเร็วเกินกว่าข้อเท็จจริง

ล่าข้ามชาติยังไม่จบ!

สิ่งที่ทำให้คดีเฉิน จื้อมีความสำคัญระดับภูมิภาค คือ Prince Group ไม่ใช่บริษัทขนาดเล็ก แต่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีเครือข่ายจำนวนมาก โดย Reuters ระบุว่ามีมากกว่า 100 นิติบุคคลในกว่า 30 ประเทศ

การจับตัวผู้ก่อตั้งจึงไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายทั้งหมดหายไปทันที

เจ้าหน้าที่หลายประเทศยังต้องตามเส้นเงิน บริษัท ตัวแทน ผู้ถือหุ้น ทรัพย์สินดิจิทัล อสังหาริมทรัพย์ และบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยเคลื่อนย้ายเงิน

โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินและอสังหาริมทรัพย์สำคัญของภูมิภาค การตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินหรือเงินผิดกฎหมายถูกนำเข้ามาซุกซ่อนหรือไม่ จึงยังเป็นภารกิจที่ต้องเดินหน้าต่อ

จากวันที่เคยยืนอยู่บนยอดอาณาจักรธุรกิจ Prince Group วันนี้ เฉิน จื้อถูกควบคุมตัวในจีน ถูกเพิ่มข้อหาที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และทรัพย์สินของเครือข่ายที่ถูกกล่าวหากำลังถูกตรวจสอบในหลายประเทศ

ส่วนประเทศไทย สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ เส้นเงินและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

หากหลักฐานสาวไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นนายทุน นักธุรกิจ ข้าราชการ หรือนักการเมือง ก็ต้องเปิดให้หมดและดำเนินการตามกฎหมาย

แต่ทุกชื่อจะต้องถูกชี้ด้วย หลักฐาน ไม่ใช่เพียงข่าวลือ

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: Caixin Global, Reuters, Associated Press, Thai PBS, สำนักงาน ปปง., รายงานการดำเนินคดีของสหรัฐฯ และข้อมูลบริษัทที่เกี่ยวข้อง

เฉินจื้อ #ChenZhi #PrinceGroup #PrinceHoldingGroup #ทุนเทา #สแกมเมอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ฟอกเงิน #ยึดทรัพย์ #ปปง #อาชญากรรมข้ามชาติ #ทุนจีน #อสังหาริมทรัพย์ #นักการเมืองไทย #จีน #กัมพูชา #ข่าวต่างประเทศ #สำนักข่าววิหคนิวส์